Chadarat 的个人资料NÂnOpùЯE™ ...·° Let's go...照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
|
NÂnOpùЯE™ ...·° Let's go with NAno_CharcoaLAte...¤·>>.¸ღ¸..¸· Day by day, in everyday.. I am getting better and better ¸¸..¸ღ¸. 11月7日 Sad Saturdayบ่ายวันเสาร์.. ไม่บ่อยนักที่เราจะมาขีดเขียนอะไร.. ตอนกลางวัน ลึกในใจ.. เราคิดอยู่เสมอว่า มันไม่ใช่เวลาของเรา เวลากลางวัน.. เค้าก็ต้องชื่นชมแสงตะวันกัน เค้าไม่สนใจดวงดาวกันหรอกว่าจะอยู่รึเปล่า เหอๆๆ (คนบางคน ทั้งที่เป็นเวลากลางคืน ก็ยังจะเพ้อหาแสงตะวัน ทั้งที่ไม่มีทางเป็นไปได้.. ก็มี) คืนวันศุกร์..มักเป็นคืนที่ทรมานที่สุดของเรา จะพยายามข่มตานอน เมื่อคืนนี้ แย่กว่าปกติหน่อย เพราะยังไม่หายดีจากไข้หวัด ยังมีไข้สูงอยู่เล็กน้อย น้ำมูกก็ยังมีอยู่ ทำให้จามได้ทั้งวัน รู้สึกเซ็งอย่างบอกไม่ถูกเลย เฮ้ออ.. เหลือเวลาอีกสองอาทิตย์ สำหรับรูปเล่มโปรเจค ความทุกข์ที่เกิดขึ้น อดคิดไม่ได้ว่า ฉันไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้ ทำไมต้องเจอคนแบบนี้ แต่ไม่มีประโยชน์อะไรจะไปตามหาสาเหตุตรงนั้นล่ะ เรารู้แค่ว่า เราจะต้องผ่านจุดนี้ไปให้ได้.. และมันจะดีที่สุด แค่ไหน.. เราก็รับได้ เพราะมันเต็มที่ที่สุดของความสามารถเราแล้ว ท่ามกลางเรื่องแย่ๆ .. ก็มีเรื่องดีๆ ให้รู้สึกดีขึ้นมาอยู่บ้าง ขอบคุณพี่ต้น.. ที่ทำให้มีนหลุดออกมาจากกองทุกข์ที่อยู่รอบตัว มันเป็นความจริง.. เป็นสัจธรรม.. เป็นความโชคดีของเราที่ได้ฝึกฝนตนเองก่อนคนอื่นๆ ชีวิตทำงาน คนที่เป็นยิ่งกว่าคนแบบนี้ ยังมีอีกมากมายนัก เราไม่ควรเสียเวลา..ไปเสียความรู้สึกกับมันมากมายจนเกินไป และ.. ความจริงที่สุด เราไม่ควรคาดหวังอะไรจากคนอื่นสูงจนเกินไป เพราะถ้ามันไม่ได้ เราก็เสียใจอยู่คนเดียว (ยิ่งคนแบบนี้แล้ว ใช้คำว่า คาดหวังอะไรไม่ได้ อาจจะใกล้เคียงกว่า เหอะๆ) ขอบคุณเพื่อนๆ .. ฮวง โอเล่ มดดำ ปุ๊ก ฝน อาร์ม หกคนนี้ ฟังเราบ่นเยอะมาก ในหลายๆเรื่อง .. เรารักพวกแกจัง ขอบคุณ พี่ณา (อยู่เมกา), พี่ฝ้าย (อยู่ญี่ปุ่น), ก๊อฟ (อยู่อังกฤษ) บุคคลเหล่านี้ ไม่ได้เรียนเภสัช (พี่ฝ้ายเรียนเภสัช แต่ก็เป็นสาย sci) แต่ต้องมานั่งอ่าน abstract ภาษาอังกฤษของโปรเจคเรา .. ในเวลาที่พวกเค้าก็มีงานของตัวเองต้องทำ (คิดแล้ว หงุดหงิด >< ชาวบ้านช่วยเรามากมาย คู่โปรเจคเรา..ไปตายอยู่ไหน แง่งๆ) ขอบคุณน้องๆคณะ .. ที่มาทักทายเป็นกำลังใจให้พี่สาวคนนี้เสมอ ทั้งเดินมาทัก เดินมาถาม ทักใน facebook ทักใน msn .. น่ารักจริงๆเล้ยยย ขอบคุณยิ้ง .. ที่นั่งคุย msn เป็นเพื่อน .. เกือบทุกวัน แปลกดี.. ที่คนเรารู้จักกันมาตั้งนาน แต่เพิ่งจะมาคุยทักทายกันบ่อยๆ ช่วงนี้ การได้คุยเรื่องอื่นที่ไม่ใช่เรื่องโปรเจค ถือเป็นความช่วยเหลืออย่างหนึ่ง :) เป็นเพื่อนไม่กี่คน ที่พิมพ์ msn มาตอบบอกว่า "ไปนอนนะ บะบาย" จนตอนนี้ กลายเป็นประโยคที่เห็นทุกวันไปซะล่ะ เหอๆ และแน่นอนที่สุด .. ขอบคุณพ่อแม่ น้องสาว น้องชายของเรา ปิดเทอมตุลาที่ผ่านมา น้องมิว มาอยู่ กทม. เพราะพ่อแม่ไปพม่า แม้เราจะทะเลาะกันบ้าง (ไม่บ้างอ่ะ) และเราจะต้องนอนพื้น - -" แต่มิวก็ดูแลพี่มีน และน้องมิก เป็นอย่างดีตลอดช่วงที่พี่ปั่นโปรเจคก่อนพรีเซ้น ยิ่งน้องมิก น้องชายที่ต้องเห็นพี่สาวตัวเองนั่งเครียดหน้าคอมทั้งวันทั้งคืน บางคืนไม่ได้หลับไม่ได้นอน ปลุกก็ไม่ค่อยตื่น กลับก็ดึก นอนเกือบเช้า (ทำให้น้องๆ ลำบาก .. เสียใจอ่าา TwT) แต่เรื่องที่ทำให้เสาร์นี้เศร้า ไม่ใช่เรื่องนี้หรอกนะ มันเป็นอารมณ์นอย ปนน้อยใจนิดหน่อย กับอะไรที่มันก็น่าจะชินได้แล้วอ่า เหอๆ สุภาษิต เค้าก็กล่าวไว้ "รู้มากยากนาน รู้น้อยพลอยรำคาญ" เคยนึกในใจอยู่เหมือนกันว่า 'กูจะรู้ไปทำไมว่ะ.. ถ้ารู้แล้วมันจะมาคิดเล็กคิดน้อย' แล้วก็เคยตอบตัวเองไปว่า 'ก็กูเกลียดคนไม่พูดความจริงอ่ะ' บอกความจริงไม่หมด กับ โกหก ก็คือไม่พูดความจริงนั่นแหละ ก็รู้นะว่า คนอื่นเค้าอาจจะไม่อยากยอมรับความจริงนั้น ทั้งที่มันจริง แต่ก็บอกว่าไม่จริง และ.. อะไรจริง อะไรไม่จริง คนที่เฉลยได้ ก็มีแต่เจ้าตัวเท่านั้นที่บอกได้ วันนี้จะบอกตัวเองเพิ่มเติม "คนไม่พูดความจริง ตัวเค้าก็ทุกข์ในใจเองนั่นแหละ เราไม่ต้องไปชิงแย่งเค้าทุกข์หรอก" วันนึง เค้าก็ต้องยอมรับความจริงที่อยู่ในใจตัวเอง และถึงวันนั้น เราค่อยเลือกอีกทีว่า จะดีใจหรือทุกข์ใจกว่าเดิม หลังจากรู้ความจริง เหอะๆ เราเรียนรู้เรื่องนี้ ด้วยตัวเอง แต่เราไม่รู้หรอกว่า ตอนเรื่องของเรา จะไปกระทบใจใคร รึเปล่า 55+ เช่นกัน ไอ้ตัวต้นเหตุให้เราทุกข์ใจดีใจรอบนี้ มันก็ไม่เคยรู้เหมือนกัน .. เหอะๆ ถ้าจะต้องรู้แล้วรู้ไม่จริง ... จะดีกว่า ไม่รู้อะไรเลย รึเปล่านะ 10月24日 Slow is Beautiful“ตีสองแล้ว..” ใครบางคน
อาจคุ้นเคยกับคำทักทายนี้ :) ทุกครั้งที่ได้พิมพ์คำนี้ออกไป
มันรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ><" แต่อย่างน้อยที่สุด.. เราไม่ได้อยู่คนเดียว
หกเดือนกว่าแล้ว..
ที่ย้ายมาอยู่หอพักแห่งนี้ ความจริง.. มันก็มีเรื่องที่ลำบากบ้าง เช่น ต้องเผื่อเวลาในการเดินทาง จะกลับค่ำมืดก็ต้องระวังมากขึ้น แต่ในมุมกลับกัน เราสามารถปฏิเสธงานที่ไม่จำเป็นต้องเป็นเราทำได้มากขึ้น ได้พบเจอผู้คนมากขึ้น เห็นอะไรรอบตัวมากขึ้น (คุณต้องไม่เชื่อแน่ๆ ว่า ครั้งหนึ่งจะได้เห็นเด็กประถมตัวเล็กๆ ลุกให้ผู้หญิงนั่ง เหอๆ) สำคัญที่สุด เราได้อยู่กับน้องชาย ดูแลน้องชาย และสำคัญไปกว่านั้น .. พ่อแม่มาเยี่ยมเราบ่อยๆ ได้สะดวกขึ้น เพราะห้องนี้กว้างขนาดสองห้อง
(หนึ่งชั้นจะมีห้องนี้ห้องเดียว) และมีที่จอดรถ (ยากมากที่จะหาที่จอดรถชั่วคราวเวลามาหอพักแถวเพชรบุรีซอยห้า)
และนานหกเดือนกว่า..เช่นกัน ที่เราไม่ได้กลับบ้าน นับวันยิ่งรู้สึกว่า ตัวเองไกลบ้านออกไปทุกที ตอนนี้ เรารู้สึกโหยหา ทะเล เหลือเกิน.. คิดถึงพื้นทราย คิดถึงเสียงคลื่นของสายลมที่คุ้นเคย อยากระบายความรู้สึกหลายอย่างที่มันบอกใครไม่ได้.. ออกไปบ้าง บางเรื่อง เราก็รู้สึกว่า เล่าให้คนอื่นฟัง มันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา บางอย่าง มันรู้อยู่แล้วว่าเป็นไปไม่ได้ บางครั้ง เรารู้สึกแย่กว่าเดิมด้วยซ้ำ เมื่อได้ยินคนฟังพูดกลับมา แต่ทะเล.. พร้อมจะรับฟังและอวยพรเราเสมอ
อย่างไรก็ดี เรามีเพื่อนหลายคนให้คิดถึง และเป็นที่พึ่งในยามยากได้ ขอบคุณ กำลังใจจากคนไม่กี่คนเหล่านี้ .. ถือเป็นโชคดีที่เราได้รู้จักกัน แม้จะเป็นเพียงเพื่อนที่พบระหว่างทาง หรือเดินร่วมทางกันเพียงสั้นๆ แต่พวกคุณก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราเดินทางมาได้ไกล และมายืนอยู่ตรงนี้ได้ ความจริง มันมีความรู้สึกอื่นใดที่มากเกินกว่านี้ กับบางคน แต่..เราไม่กล้าพอที่จะบอก บทเรียนจากการโกหกความรู้สึกตัวเองครั้งหนึ่ง สอนให้เราพยายามที่จะซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกมากขึ้น แต่จะให้แน่ใจได้อย่างไรว่า เค้าจะไม่เล่นตลกกับความรู้สึกเรา เราจึงเลือกที่จะเป็นอย่างนี้ต่อไป..
ต้องโทษเราแล้วล่ะ.. ที่ทำให้ตัวเองต้องเดินทางไกลเพียงลำพัง ถึงมันจะเหงาบ้าง แต่เราก็มีความสุขได้ตามกำลังกาย กำลังใจ ส่วนตัวนี่แหละ เหตุผลที่พ่อแม่ส่งมาอยู่ไกลบ้าน ก็เพราะอยากให้ดูแลตัวเองได้ และเค้าส่งน้องชายมาเรียนกรุงเทพ ก็เพราะเชื่อใจว่าเราเลี้ยงน้องได้ (แม่ยังพูดติดตลกด้วยว่า เลี้ยงน้องชาย เดี๋ยวจะเข้าใจว่า เลี้ยงลูกมันลำบากขนาดไหน) เรื่องแย่ๆ ก็คิดเสียว่า เป็นบททดสอบที่จะต้องก้าวข้ามมันไป เมื่อข้ามไปได้.. แล้วมองย้อนกลับมา มันจะกลายเป็นเรื่องตลกชั้นเยี่ยมที่เอาไว้เล่าให้คนอื่นฟังได้.. อย่างไม่รู้เบื่อ เรื่องดีๆ ก็อย่าไปหลงดีใจจนประมาท เพราะอากาศสดใสมากๆ มักจะเป็นสัญญาณเตือนของพายุร้าย สำคัญที่สุด.. อย่าฝันแต่จะมีวันข้างหน้าอย่างนั้นอย่างนี้ จนละเลยปัจจุบันที่อยู่ตรงหน้า กำหนดทิศทางให้ดี แล้วเดินอย่างระวัง .. อย่ารีบเร่งจนเกินไป เพราะมันอาจจะพลาด เหมือนกระเป๋าผ้าที่เราถือทุกวันมันบอก..
"Slow is beautiful"
ป.ล. 1 เราตัดสินใจแล้ว ว่าจะสอบเรียนต่อโทที่มหิดล
(ที่เดิม) สาขาบริหารเภสัชกิจ ป.ล. 2 เราประกาศ “single” อย่างเป็นทางการแล้ว (ใน facebook) หลังจากตั้ง complicated มานานถึง 2 ปี ป.ล. 3 เรายังไม่ได้ดู รถไฟฟ้ามาหานะเธอ .. และยังไม่แน่ใจว่าจะกล้าพอที่จะไปดูคนเดียว ป.ล. 4 เรายังทำโปสเตอร์โปรเจคไม่เสร็จ TwT แต่วันนี้แหละ (วันเสาร์) มันจะต้องเสร็จ! ป.ล. 5 เราอยากดู “ลมหายใจ เดอะ มิวสิเคิล” ทันทีที่ได้ยิน อ๊อฟ ปองศักดิ์ ร้องเพลง ‘คนข้างล่าง’ ใน Act channel ป.ล. 6 เรามีความรู้สึก “อยากสวย” ขึ้นมาบ้างแล้ว (ขอบคุณแรงบันดาลใจนะ) ป.ล. 7 “ภาษาอังกฤษใน 30 วัน” Vs “OSPE 30 วัน” สาหัสพอๆกับสอบ Ent’ เลยแฮะ ป.ล. 8 ผู้ชายอะไรไม่รู้ พูดได้เรื่อยเปื่อย .. เรื่องโกหกหรือจริง ก็พูดไม่เหนื่อย .. ป.ล. 9 ลอยกระทงปีนี้ ไปไหนดี?
10月3日 ใจไม่สบาย หรือใจป่วย?ความไม่สบาย ในความรู้สึกของเรา แตกต่างจากความเจ็บป่วยนะ ความไม่สบาย มันแค่.. ไม่ปกติ แต่ก็ยังทำอะไรได้ตามปกติ ถ้าเจ็บป่วย มันต้องมีพยาธิสภาพ มองเห็นได้เลยว่า ไม่ปกติจริงๆ ><" คนอื่นที่มองผ่านๆ ก็จะคิดว่า มันแค่ไม่สบาย จะมีสักกี่คนกัน ที่ใส่ใจมอง แล้วรู้ได้ถึงความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นในใจเรา นอกจากเรา ที่เป็นเจ้าของใจ หลายวันที่ผ่านมา มีเรื่องหลายๆเรื่องเข้ามาให้คิด เรารู้เท่าทันอยู่นะ ว่ามีเรื่องอะไรบ้าง ... แต่ไม่เก่งพอจะจัดการกับมันทั้งหมดได้ มันไม่ง่ายเลย ที่จะทำให้ความคิดกลายเป็นความจริง ปัจจัยมากมาย เข้ามาสั่นคลอนความมั่นใจ.. ความพยายามที่มี อาจจะยังไม่เพียงพอ.. หรือขีดจำกัดความสามารถของเรา มันอยู่ตรงนี้ ความเครียด ค่อยๆ ถูกล้างออกไปจากใจ ~~ หลังจากปล่อยตัวเองอยู่กับมันมาทั้งวัน (นอน ไม่ลุกไปไหน ไม่กินอะไร และไม่ทำอะไร) ตื่นมาตอนหกโมงเย็น ก็เห็น missed call ในมือถือ ถึง 6 สาย .. จาก นุช และฝน จึงไม่แปลกใจที่จะเห็นฝนมาเขียนบ่นบนกำแพงบ้าน เราเขียนตอบ และเล่าตามจริงว่า วันนี้ เราไม่สบายอีกแล้ว เพียงไม่กี่นาที ก็มี comment ต่อจากข้อความนั้น ข้อความสั้นๆ แต่เรารู้สึกได้ถึงความห่วงใยของเพื่อนที่มีต่อเราอย่างจริงใจ .. ขอบคุณ ไข่มุกนะ :) status fb ที่เปลี่ยนว่า " ลาป่วย 1 วัน ~~ หลังจากนี้ ห้ามป่วย ห้ามตาย!! " ก็มี พี่ฝน มาบอกว่า "พักเยอะๆนะ จะได้หายไวๆ" .. หนูขอบคุณพี่ฝนด้วยนะคะ รู้สึกเบื่อๆ จึงลุกไปล้างห้องน้ำ เช็ดโต๊ะในห้อง กลับมาเปิดคอมอีกทีตอนเที่ยงคืน ตั้งใจว่าจะเช็คชีทให้เสร็จๆไป MSN status วันนี้ .. สั้นมาก พิมพ์ไปตามความรู้สึก "ใจหาย..." เรารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ .. เพียงแต่เราไม่ได้บอกทั้งหมด กับเรื่องที่ใจหาย ขอบคุณ+ขอโทษพี่กิ๊ก กับยิ้งด้วย ที่ไม่ได้บอก..ทั้งหมด (แต่เค้าไม่ได้โกหกนะ ><") ความจริง เราก็ไม่รู้เหมือนว่า เราใจหายเรื่องอะไรบ้าง แหะๆ เรานั่งดูเคเบิ้ลตลอดหลังเที่ยงคืน เลือกดูช่องที่ไม่ค่อยได้เปิดดูบ่อยๆ โอกาสดีที่เราได้ดูหนังเรื่อง My boyfriend is type-B อีกครั้งหนึ่ง เราเคยดูเรื่องนี้ครั้งแรก ตอนอยู่ศาลายา กับเมทๆที่น่ารัก จำได้ว่า ตั๊กยืมแผ่นมาจากเพื่อน และมันเป็นภาษาเกาหลี T.T แต่เราก็อินไปกับมัน.. นั่งไล่นับกันเลยล่ะ เพื่อนผู้ชายของใครเลือดกรุ๊ปบี ฮ่าๆ ใครจะไปรู้ล่ะว่า สี่ปีผ่านไปชั้นต้องมานั่งร้องไห้เพราะหนังเรื่องนี้ ไม่ใช่ว่าตรงกับชีวิตจริงอะไรหรอกนะ XD แค่หนังมันจี๊ดดด ><" จนทำให้ซึ้งแล้วน้ำตาไหลออกมาได้หมด เหมือนได้ล้างใจ ล้างจนสะอาดเลย :) (รายละเอียดเกี่ยวกับ My boyfriend is type-B ) เพิ่งนึกได้ว่า เราก็เป็นสาว type-B นี่นา 55+ 9月3日 เพราะอารมณ์ เอ๊ย! อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยเพราะอารมณ์ เอ๊ย! อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย พักนี้ เลยไม่ค่อยได้ไปเรียน จนน้องชายถามว่า ไปหาหมอมั้ย ความเจ็บป่วยช่วงนี้ที่เกิดขึ้น.. Migrain - ใครจะว่ามันเป็นโรคตอแหลก็ช่าง มาลองปวดเองดูสิ Fever - ตากฝนเช้า-เย็น ตัวเปียกปอนแล้วเจอแอร์หนาวๆ มีรึจะรอด Diarrhea - ระวังอาหารการกินเต็มที่แล้วนะ ไม่รู้พลาดท่าเสียทีตอนไหน เหอๆ พยายามคิดในแง่ดีว่า จะได้พักผ่อนบ้าง, ประหยัดตังค์, หลอกตัวเองได้ระยะนึงว่างานน้อยลง แต่ก็นะ ไม่ได้ไปไหน ก็งานเข้าได้ -*- เดี๋ยวนี้ รู้สึกเฉยๆไปแล้วกับ "งาน" (Works and Jobs) อันที่จริง เราควรเรียกมันว่า "ความรับผิดชอบ" (Responsibility) มากกว่า จะได้ตระหนักถึงความสำคัญของมัน.. มากขึ้นบ้าง เหอะๆๆ คนทำงาน ส่วนเวลาจะเฝ้าฝันถึง วันพักร้อน หรือ ช่วงปิดเทอม ยาวๆ จะได้มีเวลาให้ตัวเอง ให้ครอบครัว ให้เพื่อนฝูง ... แต่ก็นะ พักยาวอย่างไร ก็ต้องมีกำหนดกลับมาทำงาน ตราบใดที่เรายังต้องเป็นคนทำงาน ยังไม่อยากเป็น 'คนว่างงาน' อย่างถาวร >o< บางสิ่งที่เราค้นพบจากการเป็นเด็กกิจกรรม - เราควรแยกแยะเวลาของตัวเองกับเวลาของคนอื่น จะได้ไม่ต้องรับมือกับความวุ่นวายโดยไม่จำเป็น เพราะถ้ามัวแต่เอาเวลาทั้งหมดไปทำงานตามใจชาวบ้าน ก็จะไม่มีเวลาฝีกฝนเพื่อต่อยอดความสามารถของเราเลย - คนที่เอาแต่เรียน ไม่ทำกิจกรรม จะไม่มีทางเข้าใจคนอย่างเราได้ร้อยเปอร์เซนต์หรอก อย่างดีที่สุด ที่เค้าจะทำให้เราได้ คือ ให้กำลังใจเรา ไม่ให้เรารู้สึกเหนื่อยไปกว่าที่เป็นอยู่ แต่ส่วนมาก คนเหล่านี้ จะไม่รู้ตัวหรอกว่า ได้สร้างความลำบากใจให้เรามากมายแค่ไหน TwT ยิ่งไปกว่านั้น คำแนะนำหรือคำเตือนใดๆ ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงเค้าได้ เพราะเค้าไม่เข้าใจ (ไม่ได้บอกว่า สิ่งที่เค้าทำอยู่มันผิดหรือมันถูกนะ .. อ่านดีๆ) - คนส่วนมาก ชอบเอาอดีตมาตัดสินคน ... ไม่แปลกนะที่เค้าจะคิดกันอย่างนั้น เพราะกฎหมายเองก็มีการใช้คดีเก่าๆที่มีข้อเท็จจริงคล้ายคลึงกันมาใช้เป็นบรรทัดฐานกับคดีที่เกิดขึ้นภายหลัง แต่สำหรับการมองเหตุการณ์ทั่วไป เราก็ควรยืดหยุ่นกับความคิดบ้าง เวลาที่ต่างออกไปกับวุฒิภาวะที่มากขึ้น น่าจะเพียงพอที่เราจะให้โอกาสคนอืน มองเค้าด้วยทางเลือกที่มากขึ้น .. มองแบบ may be ไม่ใช่ must be เค้าจะไม่ได้ทำอย่างที่คุณคิดก็ได้ (แท้จริงแล้ว สิ่งที่คุณคิดว่าคนอื่นจะทำ ส่วนมาก..ก็มาจากจิตใต้สำนึกของคุณที่อยากจะทำ..นั่นแหละ) - ฯลฯ เราโชคดีที่คิดเท่าทันในสิ่งเหล่านี้ แต่ไม่ใช่ว่า เราทำได้ตามนี้ทุกครั้งหรอกนะ :P บ่อยครั้ง..ที่เราต้องวุ่นวาย เพราะแบ่งเวลาไม่ดี บ่อยครั้ง..ที่เราทำให้เพื่อนลำบากใจโดยไม่รู้ตัว บ่อยครั้ง (บ่อยมากกก) ..ที่เราอดคิดไม่ได้ว่า ผู้ชายคนนั้นคนนี้เป็นเกย์รึเปล่านะ o_O" ตั้งใจจะมีสาระ แต่ก็ไร้สาระตอนจบ.. อีกแล้ว XD ปล.1 น้องปอม แซงคะแนน GeoChallenge ช้านนน ><" ปล.2 ขาดเรียนเยอะมาก.. รวมคาบที่เคยโดดและไม่ตั้งใจเรียน สอบไฟนอลนี้แอบเครียดนิดๆแล้วอ่ะ ปล.3 ppt กระชากหน้ากากฯ ยังไม่เสร็จสมบูรณ์สักที เพราะมัวแต่แปล biochem ปล.4 ยังคิดไม่ตกเลยอ่าาา เรียนต่อ Vs ทำงาน ปล.5 แล้วโปรเจคจบล่ะ..? คลานนานเกินไปล่ะ ต้องเร่งแล้ววว ปล.6 มือถือใหม่ วางไว้เฉยๆ ยังกับปิดเครื่อง .. ประหยัดแบตสุดๆ ปล.7 อยากลง Windows7 ใจจะขาดแล้ว แต่ยังไม่มีเวลา back up ข้อมูล T.T ปล.8 สอบใบประกอบ ได้เวลากลับมารักตัวเองแล้ว .. เริ่มคัดเมล็ดพันธุ์ข้าวล่ะค้าบบ ^^ ปล.9 ไม่อยากให้เธอไว้ใจ ไม่อยากให้เธอคิดว่าฉันรักแล้วจะทน ... โหะๆๆ ปล.10 ปัจฉิมลิขิต แอบเยอะแฮะ 55+ 2月22日 เมื่อวัว...สอนเศรษฐศาสตร์ ++ fwd mail ++ เมื่อวัว...สอนเศรษฐศาสตร์ มาดูกัน ว่าวัวในระบบการปกครองที่แตกต่างกัน สามารถให้ความรู้ ทางเศรษฐศาสตร์กับเราได้อย่างไร สังคมนิยม คุณมีวัว 2 ตัว และคุณให้เพื่อนบ้าน 1 ตัว คอมมิวนิสต์ คุณมีวัว 2 ตัว รัฐเอาไปหมดทั้ง 2 ตัว และให้นมวัวคุณบ้าง ฟาสซิสต์ คุณมีวัว 2 ตัว รัฐเอาไปหมด และขายนมให้คุณบ้าง นาซี คุณมีวัว 2 ตัว รัฐเอาไปทั้ง 2 ตัว และยิงคุณ บูโรแครต คุณมีวัว 2 ตัว รัฐเอาไปทั้ง 2 ตัว ยิงตายไปหนึ่ง รีดนมตัวที่เหลือ และก็ละเลย ไม่หาประโยชน์จากนมที่ได้มา ทุนนิยม คุณมีวัว 2 ตัว คุณขายไปหนึ่งตัว และเอาเงินซื้อพ่อวัวมา ฝูงวัวเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจขยายตัว คุณขายฝูงวัว ได้เงินมา แล้วก็เกษียณอายุตัวเอง เอกชนอเมริกัน คุณมีวัว 2 ตัว ขายไป 1 ตัว และบังคับให้ตัวที่เหลือผลิตนม ในปริมาณเท่ากับ 4 ตัวผลิต ต่อมา ก็จ้างที่ปรึกษามาวิเคราะห์ว่า ทำไมวัวจึงตาย เอกชนฝรั่งเศส คุณมีวัว 2 ตัว คุณนัดให้มีการประท้วง ก่อจราจล กีดขวางถนน เพราะว่าคุณต้องการวัว 3 ตัว เอกชนญี่ปุ่น คุณมีวัว 2 ตัว คุณออกแบบและปรับแต่ง จนมันมีขนาด เท่ากับ 1 ใน 10 ของวัวขนาดธรรมดา แต่ผลิตนม ได้ 20 เท่าของวัวปกติ แล้วคุณก็สร้างตัวละครการ์ตูน ชื่อว่า "Cowkimon" ขายไปทั่วโลก เอกชนเยอรมัน คุณมีวัว 2 ตัว คุณรีเอ็นจิเนียริ่งมัน จนมีอายุยืนถึง 100 ปี กินอาหารเดือนละครั้ง และรีดนมตัวเอง เอกชนรัสเซีย คุณมีวัว 2 ตัว คุณนับมัน และพบว่ามี 5 ตัว คุณก็นับมันอีกครั้งพบว่ามี 42 ตัว และคุณก็นับมันอีก จนพบว่ามี 2 ตัว คราวนี้คุณหยุดนับ และเปิดเหล้าวอดก้าอีกขวด เอกชนสวิส คุณมีวัว 5,000 ตัว ไม่มีตัวใดเป็นของคุณเลย แต่คุณเก็บเงินจากเจ้าของ เป็นค่าดูแล เอกชนจีน คุณมีวัว 2 ตัว มี 300 คนรุมรีดนม คุณประกาศว่า คุณมีการจ้างงานเต็มที่ แถมวัวของคุณมีผลิตผลสุดยอด และจับผู้สื่อข่าวที่รายงานสถานการณ์จริงเข้าคุก เอกชนอินเดีย คุณมีวัว 2 ตัว เพื่อเอาไว้เทิดทูนบูชา เอกชนอังกฤษ คุณมีวัว 2 ตัว ทั้ง 2 ตัวบ้าหมด (โรควัวบ้าเป็นที่รู้จักกันครั้งแรกในอังกฤษ) เอกชนอิรัก ทุกคนคิดว่า คุณมีวัวหลายตัว คุณบอกว่าคุณไม่มี แต่ไม่มีใครเชื่อคุณ ดังนั้นจึงถูกบอมบ์แหลกยับเยิน ถูกบุกยึดประเทศ ถึงกระนั้นคุณก็ยังไม่มีวัว แต่อย่างน้อยที่สุด ปัจจุบันคุณก็เป็นส่วนหนึ่ง ของระบอบประชาธิปไตย เอกชนไทย คุณมีวัว 2 ตัว ตัวหนึ่งสีแดง ตัวหนึ่งสีเหลือง วัน ๆ มันไม่ยอมให้น้ำนม เอาแต่วิ่งเอาเขาชนกัน จนฟาร์มคุณพังวายวอด "เอกชนไทย" สะท้อนความจริงจน สะเทือนใจมากกว่าขำแล้ว T T |
Please Sign in !!
pathamppear发表:
ฮัลโหลมีน รู้สึกไม่ได้เข้ามาสเปซมีนนานพอดู
พักหลังๆรู้สึกมีนมีเรื่องเครียดๆ(รึเปล่านะ)
ยังไงก็สู้ๆเน้อ
5 月 5 日
..................................................-_-
1 月 26 日
Pao发表:
โออ...ดีใจจัง ตอนแรกอ่านแล้วนึกว่าเป็นเรา รู้สึกเศร้าใจอย่างบอกไม่ถูก
เฮ้อออออ ..โล่งงง ^^
1 月 8 日
ฮัลหลิว
เรียนหนักเหรอจ๊ะ สู้ สู้ นะสาวน้อย
12 月 4 日
ฮาโหลลล มีนจ๋า เป็นไงมั่ง คิดถึงไต้หวันเหมือนกันเลย จุดนี้มีนกลับเข้าห้องดึกทุกคืนเลยอ่ะ เลยไม่ค่อยได้เม้าท์ เลยได้เห็นแต่เวลาคุณพี่ๆลองชุดอ่ะดิ 555
จุดนี้ยังอยากซ้อมเต้นอยู่มะ555 เวลามีนพากย์การซ้อมเต้นของพวกเราทางโทรศัพท์ โคตรได้อารมณ์ เฮ้อ กลับมาเมืองไทยแล้วเหมือนเพิ่งตื่นจากฝัน เซ็งสิบ
ขอบคุณสำหรับทุกวันที่ไต้หวันนะจ๊ะ สู้ๆ
8 月 27 日
|
||||
|
|