Chadarat 的个人资料NÂnOpùЯE™ ...·° Let's go...照片日志列表更多 工具 帮助

日志


11月7日

Sad Saturday


บ่ายวันเสาร์..

ไม่บ่อยนักที่เราจะมาขีดเขียนอะไร.. ตอนกลางวัน

ลึกในใจ.. เราคิดอยู่เสมอว่า มันไม่ใช่เวลาของเรา
เวลากลางวัน.. เค้าก็ต้องชื่นชมแสงตะวันกัน
เค้าไม่สนใจดวงดาวกันหรอกว่าจะอยู่รึเปล่า เหอๆๆ
(คนบางคน ทั้งที่เป็นเวลากลางคืน ก็ยังจะเพ้อหาแสงตะวัน ทั้งที่ไม่มีทางเป็นไปได้.. ก็มี)


คืนวันศุกร์..มักเป็นคืนที่ทรมานที่สุดของเรา จะพยายามข่มตานอน
เมื่อคืนนี้ แย่กว่าปกติหน่อย เพราะยังไม่หายดีจากไข้หวัด ยังมีไข้สูงอยู่เล็กน้อย
น้ำมูกก็ยังมีอยู่ ทำให้จามได้ทั้งวัน รู้สึกเซ็งอย่างบอกไม่ถูกเลย เฮ้ออ..


เหลือเวลาอีกสองอาทิตย์ สำหรับรูปเล่มโปรเจค
ความทุกข์ที่เกิดขึ้น อดคิดไม่ได้ว่า ฉันไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้ ทำไมต้องเจอคนแบบนี้
แต่ไม่มีประโยชน์อะไรจะไปตามหาสาเหตุตรงนั้นล่ะ
เรารู้แค่ว่า เราจะต้องผ่านจุดนี้ไปให้ได้..
และมันจะดีที่สุด แค่ไหน.. เราก็รับได้ เพราะมันเต็มที่ที่สุดของความสามารถเราแล้ว


ท่ามกลางเรื่องแย่ๆ .. ก็มีเรื่องดีๆ ให้รู้สึกดีขึ้นมาอยู่บ้าง

ขอบคุณพี่ต้น.. ที่ทำให้มีนหลุดออกมาจากกองทุกข์ที่อยู่รอบตัว
มันเป็นความจริง.. เป็นสัจธรรม.. เป็นความโชคดีของเราที่ได้ฝึกฝนตนเองก่อนคนอื่นๆ
ชีวิตทำงาน คนที่เป็นยิ่งกว่าคนแบบนี้ ยังมีอีกมากมายนัก
เราไม่ควรเสียเวลา..ไปเสียความรู้สึกกับมันมากมายจนเกินไป
และ.. ความจริงที่สุด   เราไม่ควรคาดหวังอะไรจากคนอื่นสูงจนเกินไป
เพราะถ้ามันไม่ได้ เราก็เสียใจอยู่คนเดียว Confused
(ยิ่งคนแบบนี้แล้ว ใช้คำว่า คาดหวังอะไรไม่ได้ อาจจะใกล้เคียงกว่า เหอะๆ)

ขอบคุณเพื่อนๆ .. ฮวง โอเล่ มดดำ ปุ๊ก ฝน อาร์ม
หกคนนี้ ฟังเราบ่นเยอะมาก ในหลายๆเรื่อง .. เรารักพวกแกจัง

ขอบคุณ พี่ณา (อยู่เมกา), พี่ฝ้าย (อยู่ญี่ปุ่น), ก๊อฟ (อยู่อังกฤษ)
บุคคลเหล่านี้ ไม่ได้เรียนเภสัช (พี่ฝ้ายเรียนเภสัช แต่ก็เป็นสาย sci)
แต่ต้องมานั่งอ่าน abstract ภาษาอังกฤษของโปรเจคเรา .. ในเวลาที่พวกเค้าก็มีงานของตัวเองต้องทำ
(คิดแล้ว หงุดหงิด >< ชาวบ้านช่วยเรามากมาย คู่โปรเจคเรา..ไปตายอยู่ไหน แง่งๆ)

ขอบคุณน้องๆคณะ .. ที่มาทักทายเป็นกำลังใจให้พี่สาวคนนี้เสมอ
ทั้งเดินมาทัก เดินมาถาม ทักใน facebook ทักใน msn .. น่ารักจริงๆเล้ยยย

ขอบคุณยิ้ง .. ที่นั่งคุย msn เป็นเพื่อน .. เกือบทุกวัน
แปลกดี.. ที่คนเรารู้จักกันมาตั้งนาน แต่เพิ่งจะมาคุยทักทายกันบ่อยๆ ช่วงนี้
การได้คุยเรื่องอื่นที่ไม่ใช่เรื่องโปรเจค ถือเป็นความช่วยเหลืออย่างหนึ่ง :)
เป็นเพื่อนไม่กี่คน ที่พิมพ์ msn มาตอบบอกว่า "ไปนอนนะ บะบาย"
จนตอนนี้ กลายเป็นประโยคที่เห็นทุกวันไปซะล่ะ เหอๆ

และแน่นอนที่สุด .. ขอบคุณพ่อแม่ น้องสาว น้องชายของเรา
ปิดเทอมตุลาที่ผ่านมา น้องมิว มาอยู่ กทม. เพราะพ่อแม่ไปพม่า
แม้เราจะทะเลาะกันบ้าง (ไม่บ้างอ่ะ) และเราจะต้องนอนพื้น - -"
แต่มิวก็ดูแลพี่มีน และน้องมิก เป็นอย่างดีตลอดช่วงที่พี่ปั่นโปรเจคก่อนพรีเซ้น
ยิ่งน้องมิก น้องชายที่ต้องเห็นพี่สาวตัวเองนั่งเครียดหน้าคอมทั้งวันทั้งคืน
บางคืนไม่ได้หลับไม่ได้นอน  ปลุกก็ไม่ค่อยตื่น กลับก็ดึก นอนเกือบเช้า
(ทำให้น้องๆ ลำบาก .. เสียใจอ่าา TwT)




แต่เรื่องที่ทำให้เสาร์นี้เศร้า ไม่ใช่เรื่องนี้หรอกนะ Tongue out
มันเป็นอารมณ์นอย ปนน้อยใจนิดหน่อย กับอะไรที่มันก็น่าจะชินได้แล้วอ่า เหอๆ
สุภาษิต เค้าก็กล่าวไว้ "รู้มากยากนาน รู้น้อยพลอยรำคาญ"
เคยนึกในใจอยู่เหมือนกันว่า 'กูจะรู้ไปทำไมว่ะ.. ถ้ารู้แล้วมันจะมาคิดเล็กคิดน้อย'
แล้วก็เคยตอบตัวเองไปว่า 'ก็กูเกลียดคนไม่พูดความจริงอ่ะ'
บอกความจริงไม่หมด กับ โกหก ก็คือไม่พูดความจริงนั่นแหละ
ก็รู้นะว่า คนอื่นเค้าอาจจะไม่อยากยอมรับความจริงนั้น ทั้งที่มันจริง แต่ก็บอกว่าไม่จริง
และ.. อะไรจริง อะไรไม่จริง คนที่เฉลยได้ ก็มีแต่เจ้าตัวเท่านั้นที่บอกได้
วันนี้จะบอกตัวเองเพิ่มเติม
"คนไม่พูดความจริง ตัวเค้าก็ทุกข์ในใจเองนั่นแหละ เราไม่ต้องไปชิงแย่งเค้าทุกข์หรอก"
วันนึง เค้าก็ต้องยอมรับความจริงที่อยู่ในใจตัวเอง
และถึงวันนั้น เราค่อยเลือกอีกทีว่า จะดีใจหรือทุกข์ใจกว่าเดิม หลังจากรู้ความจริง เหอะๆ

เราเรียนรู้เรื่องนี้ ด้วยตัวเอง
แต่เราไม่รู้หรอกว่า ตอนเรื่องของเรา จะไปกระทบใจใคร รึเปล่า 55+
เช่นกัน ไอ้ตัวต้นเหตุให้เราทุกข์ใจดีใจรอบนี้ มันก็ไม่เคยรู้เหมือนกัน .. เหอะๆ


ถ้าจะต้องรู้แล้วรู้ไม่จริง ... จะดีกว่า ไม่รู้อะไรเลย รึเปล่านะ  Disappointed






 






10月24日

Slow is Beautiful



“ตีสองแล้ว..”

ใครบางคน อาจคุ้นเคยกับคำทักทายนี้ :)

ทุกครั้งที่ได้พิมพ์คำนี้ออกไป มันรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ><"

แต่อย่างน้อยที่สุด.. เราไม่ได้อยู่คนเดียว

 


หกเดือนกว่าแล้ว.. ที่ย้ายมาอยู่หอพักแห่งนี้
เป็นหกเดือนที่โดยรวมแล้ว มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ความจริง.. มันก็มีเรื่องที่ลำบากบ้าง

เช่น ต้องเผื่อเวลาในการเดินทาง จะกลับค่ำมืดก็ต้องระวังมากขึ้น

แต่ในมุมกลับกัน เราสามารถปฏิเสธงานที่ไม่จำเป็นต้องเป็นเราทำได้มากขึ้น

ได้พบเจอผู้คนมากขึ้น เห็นอะไรรอบตัวมากขึ้น

(คุณต้องไม่เชื่อแน่ๆ ว่า ครั้งหนึ่งจะได้เห็นเด็กประถมตัวเล็กๆ ลุกให้ผู้หญิงนั่ง เหอๆ)

สำคัญที่สุด เราได้อยู่กับน้องชาย ดูแลน้องชาย

และสำคัญไปกว่านั้น .. พ่อแม่มาเยี่ยมเราบ่อยๆ ได้สะดวกขึ้น

เพราะห้องนี้กว้างขนาดสองห้อง (หนึ่งชั้นจะมีห้องนี้ห้องเดียว)
อยู่ชั้นหก (อากาศดี แม้จะมีเสียงรบกวนจากถนนใหญ่บ้าง)

และมีที่จอดรถ (ยากมากที่จะหาที่จอดรถชั่วคราวเวลามาหอพักแถวเพชรบุรีซอยห้า)

 


และนานหกเดือนกว่า..เช่นกัน ที่เราไม่ได้กลับบ้าน

นับวันยิ่งรู้สึกว่า ตัวเองไกลบ้านออกไปทุกที

ตอนนี้ เรารู้สึกโหยหา ทะเล เหลือเกิน..

คิดถึงพื้นทราย คิดถึงเสียงคลื่นของสายลมที่คุ้นเคย

อยากระบายความรู้สึกหลายอย่างที่มันบอกใครไม่ได้.. ออกไปบ้าง

บางเรื่อง เราก็รู้สึกว่า เล่าให้คนอื่นฟัง มันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา

บางอย่าง มันรู้อยู่แล้วว่าเป็นไปไม่ได้

บางครั้ง เรารู้สึกแย่กว่าเดิมด้วยซ้ำ เมื่อได้ยินคนฟังพูดกลับมา

แต่ทะเล.. พร้อมจะรับฟังและอวยพรเราเสมอ

 




อย่างไรก็ดี เรามีเพื่อนหลายคนให้คิดถึง และเป็นที่พึ่งในยามยากได้

ขอบคุณ กำลังใจจากคนไม่กี่คนเหล่านี้ .. ถือเป็นโชคดีที่เราได้รู้จักกัน

แม้จะเป็นเพียงเพื่อนที่พบระหว่างทาง หรือเดินร่วมทางกันเพียงสั้นๆ

แต่พวกคุณก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราเดินทางมาได้ไกล และมายืนอยู่ตรงนี้ได้

ความจริง มันมีความรู้สึกอื่นใดที่มากเกินกว่านี้  กับบางคน แต่..เราไม่กล้าพอที่จะบอก

บทเรียนจากการโกหกความรู้สึกตัวเองครั้งหนึ่ง สอนให้เราพยายามที่จะซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกมากขึ้น

แต่จะให้แน่ใจได้อย่างไรว่า เค้าจะไม่เล่นตลกกับความรู้สึกเรา

เราจึงเลือกที่จะเป็นอย่างนี้ต่อไป..

 



ต้องโทษเราแล้วล่ะ.. ที่ทำให้ตัวเองต้องเดินทางไกลเพียงลำพัง

ถึงมันจะเหงาบ้าง แต่เราก็มีความสุขได้ตามกำลังกาย กำลังใจ ส่วนตัวนี่แหละ

เหตุผลที่พ่อแม่ส่งมาอยู่ไกลบ้าน ก็เพราะอยากให้ดูแลตัวเองได้

และเค้าส่งน้องชายมาเรียนกรุงเทพ ก็เพราะเชื่อใจว่าเราเลี้ยงน้องได้

(แม่ยังพูดติดตลกด้วยว่า เลี้ยงน้องชาย เดี๋ยวจะเข้าใจว่า เลี้ยงลูกมันลำบากขนาดไหน)

เรื่องแย่ๆ ก็คิดเสียว่า เป็นบททดสอบที่จะต้องก้าวข้ามมันไป

เมื่อข้ามไปได้.. แล้วมองย้อนกลับมา

มันจะกลายเป็นเรื่องตลกชั้นเยี่ยมที่เอาไว้เล่าให้คนอื่นฟังได้.. อย่างไม่รู้เบื่อ

เรื่องดีๆ ก็อย่าไปหลงดีใจจนประมาท

เพราะอากาศสดใสมากๆ มักจะเป็นสัญญาณเตือนของพายุร้าย

สำคัญที่สุด..  อย่าฝันแต่จะมีวันข้างหน้าอย่างนั้นอย่างนี้ จนละเลยปัจจุบันที่อยู่ตรงหน้า

กำหนดทิศทางให้ดี แล้วเดินอย่างระวัง .. อย่ารีบเร่งจนเกินไป เพราะมันอาจจะพลาด

เหมือนกระเป๋าผ้าที่เราถือทุกวันมันบอก..

 

"Slow is beautiful"

 

 



ป.ล. 1  เราตัดสินใจแล้ว ว่าจะสอบเรียนต่อโทที่มหิดล (ที่เดิม) สาขาบริหารเภสัชกิจ
ค้นพบแล้วล่ะว่า เภสัชเศรษฐศาสตร์นี่แหละที่เหมาะกับทักษะรอบด้านของเรา

ป.ล. 2  เราประกาศ “single” อย่างเป็นทางการแล้ว (ใน facebook) หลังจากตั้ง complicated มานานถึง 2 ปี

ป.ล. 3  เรายังไม่ได้ดู รถไฟฟ้ามาหานะเธอ .. และยังไม่แน่ใจว่าจะกล้าพอที่จะไปดูคนเดียว

ป.ล. 4  เรายังทำโปสเตอร์โปรเจคไม่เสร็จ TwT แต่วันนี้แหละ (วันเสาร์) มันจะต้องเสร็จ!

ป.ล. 5  เราอยากดู “ลมหายใจ เดอะ มิวสิเคิล” ทันทีที่ได้ยิน อ๊อฟ ปองศักดิ์ ร้องเพลง คนข้างล่างใน Act channel

ป.ล. 6  เรามีความรู้สึก “อยากสวย” ขึ้นมาบ้างแล้ว (ขอบคุณแรงบันดาลใจนะ)

ป.ล. 7  ภาษาอังกฤษใน 30 วัน  Vs  “OSPE 30 วัน  สาหัสพอๆกับสอบ Ent’ เลยแฮะ

ป.ล. 8  ผู้ชายอะไรไม่รู้ พูดได้เรื่อยเปื่อย .. เรื่องโกหกหรือจริง ก็พูดไม่เหนื่อย ..

ป.ล. 9  ลอยกระทงปีนี้ ไปไหนดี?

 

10月3日

ใจไม่สบาย หรือใจป่วย?



ความไม่สบาย ในความรู้สึกของเรา แตกต่างจากความเจ็บป่วยนะ
ความไม่สบาย มันแค่.. ไม่ปกติ แต่ก็ยังทำอะไรได้ตามปกติ
ถ้าเจ็บป่วย มันต้องมีพยาธิสภาพ มองเห็นได้เลยว่า ไม่ปกติจริงๆ ><"


คนอื่นที่มองผ่านๆ ก็จะคิดว่า มันแค่ไม่สบาย
จะมีสักกี่คนกัน ที่ใส่ใจมอง แล้วรู้ได้ถึงความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นในใจเรา

นอกจากเรา ที่เป็นเจ้าของใจ




หลายวันที่ผ่านมา มีเรื่องหลายๆเรื่องเข้ามาให้คิด
เรารู้เท่าทันอยู่นะ ว่ามีเรื่องอะไรบ้าง ... แต่ไม่เก่งพอจะจัดการกับมันทั้งหมดได้
มันไม่ง่ายเลย ที่จะทำให้ความคิดกลายเป็นความจริง
ปัจจัยมากมาย เข้ามาสั่นคลอนความมั่นใจ..
ความพยายามที่มี อาจจะยังไม่เพียงพอ..
หรือขีดจำกัดความสามารถของเรา มันอยู่ตรงนี้




ความเครียด ค่อยๆ ถูกล้างออกไปจากใจ ~~


หลังจากปล่อยตัวเองอยู่กับมันมาทั้งวัน (นอน ไม่ลุกไปไหน ไม่กินอะไร และไม่ทำอะไร)
ตื่นมาตอนหกโมงเย็น ก็เห็น missed call ในมือถือ ถึง 6 สาย .. จาก นุช และฝน
จึงไม่แปลกใจที่จะเห็นฝนมาเขียนบ่นบนกำแพงบ้าน
เราเขียนตอบ และเล่าตามจริงว่า วันนี้ เราไม่สบายอีกแล้ว
เพียงไม่กี่นาที ก็มี comment ต่อจากข้อความนั้น
ข้อความสั้นๆ แต่เรารู้สึกได้ถึงความห่วงใยของเพื่อนที่มีต่อเราอย่างจริงใจ .. ขอบคุณ ไข่มุกนะ :)
status fb ที่เปลี่ยนว่า  " ลาป่วย 1 วัน ~~ หลังจากนี้ ห้ามป่วย ห้ามตาย!! "
ก็มี พี่ฝน มาบอกว่า "พักเยอะๆนะ จะได้หายไวๆ" .. หนูขอบคุณพี่ฝนด้วยนะคะ

รู้สึกเบื่อๆ จึงลุกไปล้างห้องน้ำ เช็ดโต๊ะในห้อง
กลับมาเปิดคอมอีกทีตอนเที่ยงคืน ตั้งใจว่าจะเช็คชีทให้เสร็จๆไป
MSN status วันนี้ .. สั้นมาก พิมพ์ไปตามความรู้สึก  "ใจหาย..."
เรารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ .. เพียงแต่เราไม่ได้บอกทั้งหมด กับเรื่องที่ใจหาย
ขอบคุณ+ขอโทษพี่กิ๊ก กับยิ้งด้วย ที่ไม่ได้บอก..ทั้งหมด (แต่เค้าไม่ได้โกหกนะ ><")
ความจริง เราก็ไม่รู้เหมือนว่า เราใจหายเรื่องอะไรบ้าง แหะๆ

เรานั่งดูเคเบิ้ลตลอดหลังเที่ยงคืน
เลือกดูช่องที่ไม่ค่อยได้เปิดดูบ่อยๆ
โอกาสดีที่เราได้ดูหนังเรื่อง My boyfriend is type-B อีกครั้งหนึ่ง
เราเคยดูเรื่องนี้ครั้งแรก ตอนอยู่ศาลายา กับเมทๆที่น่ารัก
จำได้ว่า ตั๊กยืมแผ่นมาจากเพื่อน และมันเป็นภาษาเกาหลี T.T
แต่เราก็อินไปกับมัน.. นั่งไล่นับกันเลยล่ะ เพื่อนผู้ชายของใครเลือดกรุ๊ปบี ฮ่าๆ
ใครจะไปรู้ล่ะว่า สี่ปีผ่านไปชั้นต้องมานั่งร้องไห้เพราะหนังเรื่องนี้
ไม่ใช่ว่าตรงกับชีวิตจริงอะไรหรอกนะ XD
แค่หนังมันจี๊ดดด ><" จนทำให้ซึ้งแล้วน้ำตาไหลออกมาได้หมด
เหมือนได้ล้างใจ ล้างจนสะอาดเลย :)

(รายละเอียดเกี่ยวกับ My boyfriend is type-B )



เพิ่งนึกได้ว่า เราก็เป็นสาว type-B นี่นา 55+






9月3日

เพราะอารมณ์ เอ๊ย! อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย


เพราะอารมณ์ เอ๊ย! อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
พักนี้ เลยไม่ค่อยได้ไปเรียน จนน้องชายถามว่า ไปหาหมอมั้ย


ความเจ็บป่วยช่วงนี้ที่เกิดขึ้น..
Migrain - ใครจะว่ามันเป็นโรคตอแหลก็ช่าง มาลองปวดเองดูสิ
Fever - ตากฝนเช้า-เย็น ตัวเปียกปอนแล้วเจอแอร์หนาวๆ มีรึจะรอด
Diarrhea - ระวังอาหารการกินเต็มที่แล้วนะ ไม่รู้พลาดท่าเสียทีตอนไหน เหอๆ

พยายามคิดในแง่ดีว่า จะได้พักผ่อนบ้าง, ประหยัดตังค์, หลอกตัวเองได้ระยะนึงว่างานน้อยลง
แต่ก็นะ ไม่ได้ไปไหน ก็งานเข้าได้ -*-


เดี๋ยวนี้ รู้สึกเฉยๆไปแล้วกับ "งาน" (Works and Jobs)
อันที่จริง เราควรเรียกมันว่า "ความรับผิดชอบ" (Responsibility) มากกว่า
จะได้ตระหนักถึงความสำคัญของมัน.. มากขึ้นบ้าง เหอะๆๆ
คนทำงาน ส่วนเวลาจะเฝ้าฝันถึง วันพักร้อน หรือ ช่วงปิดเทอม ยาวๆ
จะได้มีเวลาให้ตัวเอง ให้ครอบครัว ให้เพื่อนฝูง ...
แต่ก็นะ พักยาวอย่างไร ก็ต้องมีกำหนดกลับมาทำงาน
ตราบใดที่เรายังต้องเป็นคนทำงาน ยังไม่อยากเป็น 'คนว่างงาน' อย่างถาวร >o<



บางสิ่งที่เราค้นพบจากการเป็นเด็กกิจกรรม

-  เราควรแยกแยะเวลาของตัวเองกับเวลาของคนอื่น จะได้ไม่ต้องรับมือกับความวุ่นวายโดยไม่จำเป็น
เพราะถ้ามัวแต่เอาเวลาทั้งหมดไปทำงานตามใจชาวบ้าน ก็จะไม่มีเวลาฝีกฝนเพื่อต่อยอดความสามารถของเราเลย

- คนที่เอาแต่เรียน ไม่ทำกิจกรรม จะไม่มีทางเข้าใจคนอย่างเราได้ร้อยเปอร์เซนต์หรอก
อย่างดีที่สุด ที่เค้าจะทำให้เราได้ คือ ให้กำลังใจเรา ไม่ให้เรารู้สึกเหนื่อยไปกว่าที่เป็นอยู่
แต่ส่วนมาก คนเหล่านี้ จะไม่รู้ตัวหรอกว่า ได้สร้างความลำบากใจให้เรามากมายแค่ไหน TwT
ยิ่งไปกว่านั้น คำแนะนำหรือคำเตือนใดๆ ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงเค้าได้ เพราะเค้าไม่เข้าใจ
(ไม่ได้บอกว่า สิ่งที่เค้าทำอยู่มันผิดหรือมันถูกนะ ..  อ่านดีๆ)

- คนส่วนมาก ชอบเอาอดีตมาตัดสินคน ... ไม่แปลกนะที่เค้าจะคิดกันอย่างนั้น
เพราะกฎหมายเองก็มีการใช้คดีเก่าๆที่มีข้อเท็จจริงคล้ายคลึงกันมาใช้เป็นบรรทัดฐานกับคดีที่เกิดขึ้นภายหลัง
แต่สำหรับการมองเหตุการณ์ทั่วไป เราก็ควรยืดหยุ่นกับความคิดบ้าง
เวลาที่ต่างออกไปกับวุฒิภาวะที่มากขึ้น น่าจะเพียงพอที่เราจะให้โอกาสคนอืน
มองเค้าด้วยทางเลือกที่มากขึ้น .. มองแบบ may be ไม่ใช่ must be  เค้าจะไม่ได้ทำอย่างที่คุณคิดก็ได้
(แท้จริงแล้ว สิ่งที่คุณคิดว่าคนอื่นจะทำ ส่วนมาก..ก็มาจากจิตใต้สำนึกของคุณที่อยากจะทำ..นั่นแหละ)

- ฯลฯ



เราโชคดีที่คิดเท่าทันในสิ่งเหล่านี้
แต่ไม่ใช่ว่า เราทำได้ตามนี้ทุกครั้งหรอกนะ :P


บ่อยครั้ง..ที่เราต้องวุ่นวาย เพราะแบ่งเวลาไม่ดี
บ่อยครั้ง..ที่เราทำให้เพื่อนลำบากใจโดยไม่รู้ตัว
บ่อยครั้ง (บ่อยมากกก) ..ที่เราอดคิดไม่ได้ว่า ผู้ชายคนนั้นคนนี้เป็นเกย์รึเปล่านะ o_O"





ตั้งใจจะมีสาระ แต่ก็ไร้สาระตอนจบ.. อีกแล้ว XD



ปล.1     น้องปอม แซงคะแนน GeoChallenge ช้านนน ><"
ปล.2     ขาดเรียนเยอะมาก.. รวมคาบที่เคยโดดและไม่ตั้งใจเรียน สอบไฟนอลนี้แอบเครียดนิดๆแล้วอ่ะ
ปล.3     ppt กระชากหน้ากากฯ ยังไม่เสร็จสมบูรณ์สักที เพราะมัวแต่แปล biochem
ปล.4     ยังคิดไม่ตกเลยอ่าาา   เรียนต่อ Vs ทำงาน
ปล.5     แล้วโปรเจคจบล่ะ..?  คลานนานเกินไปล่ะ ต้องเร่งแล้ววว
ปล.6     มือถือใหม่ วางไว้เฉยๆ ยังกับปิดเครื่อง .. ประหยัดแบตสุดๆ
ปล.7     อยากลง Windows7 ใจจะขาดแล้ว แต่ยังไม่มีเวลา back up ข้อมูล T.T
ปล.8     สอบใบประกอบ ได้เวลากลับมารักตัวเองแล้ว .. เริ่มคัดเมล็ดพันธุ์ข้าวล่ะค้าบบ ^^
ปล.9     ไม่อยากให้เธอไว้ใจ ไม่อยากให้เธอคิดว่าฉันรักแล้วจะทน ... โหะๆๆ
ปล.10   ปัจฉิมลิขิต แอบเยอะแฮะ 55+


2月22日

เมื่อวัว...สอนเศรษฐศาสตร์

  ++ fwd mail ++

เมื่อวัว...สอนเศรษฐศาสตร์

มาดูกัน
ว่าวัวในระบบการปกครองที่แตกต่างกัน
สามารถให้ความรู้
ทางเศรษฐศาสตร์กับเราได้อย่างไร


สังคมนิยม

คุณมีวัว 2 ตัว
และคุณให้เพื่อนบ้าน 1 ตัว



คอมมิวนิสต์

คุณมีวัว 2 ตัว
รัฐเอาไปหมดทั้ง 2 ตัว
และให้นมวัวคุณบ้าง



ฟาสซิสต์

คุณมีวัว 2 ตัว
รัฐเอาไปหมด
และขายนมให้คุณบ้าง



นาซี

คุณมีวัว 2 ตัว
รัฐเอาไปทั้ง 2 ตัว
และยิงคุณ



บูโรแครต

คุณมีวัว 2 ตัว
รัฐเอาไปทั้ง 2 ตัว
ยิงตายไปหนึ่ง
รีดนมตัวที่เหลือ
และก็ละเลย
ไม่หาประโยชน์จากนมที่ได้มา



ทุนนิยม

คุณมีวัว 2 ตัว
คุณขายไปหนึ่งตัว
และเอาเงินซื้อพ่อวัวมา
ฝูงวัวเพิ่มขึ้น
เศรษฐกิจขยายตัว
คุณขายฝูงวัว
ได้เงินมา
แล้วก็เกษียณอายุตัวเอง



เอกชนอเมริกัน

คุณมีวัว 2 ตัว
ขายไป 1 ตัว
และบังคับให้ตัวที่เหลือผลิตนม
ในปริมาณเท่ากับ 4 ตัวผลิต
ต่อมา
ก็จ้างที่ปรึกษามาวิเคราะห์ว่า
ทำไมวัวจึงตาย



เอกชนฝรั่งเศส

คุณมีวัว 2 ตัว
คุณนัดให้มีการประท้วง
ก่อจราจล
กีดขวางถนน
เพราะว่าคุณต้องการวัว 3 ตัว



เอกชนญี่ปุ่น

คุณมีวัว 2 ตัว
คุณออกแบบและปรับแต่ง
จนมันมีขนาด
เท่ากับ 1 ใน 10
ของวัวขนาดธรรมดา
แต่ผลิตนม
ได้ 20 เท่าของวัวปกติ
แล้วคุณก็สร้างตัวละครการ์ตูน
ชื่อว่า "Cowkimon"
ขายไปทั่วโลก


เอกชนเยอรมัน

คุณมีวัว 2 ตัว
คุณรีเอ็นจิเนียริ่งมัน
จนมีอายุยืนถึง 100 ปี
กินอาหารเดือนละครั้ง
และรีดนมตัวเอง


เอกชนรัสเซีย

คุณมีวัว 2 ตัว
คุณนับมัน
และพบว่ามี 5 ตัว
คุณก็นับมันอีกครั้งพบว่ามี 42 ตัว
และคุณก็นับมันอีก
จนพบว่ามี 2 ตัว
คราวนี้คุณหยุดนับ
และเปิดเหล้าวอดก้าอีกขวด



เอกชนสวิส

คุณมีวัว 5,000 ตัว
ไม่มีตัวใดเป็นของคุณเลย
แต่คุณเก็บเงินจากเจ้าของ
เป็นค่าดูแล



เอกชนจีน

คุณมีวัว 2 ตัว
มี 300 คนรุมรีดนม
คุณประกาศว่า
คุณมีการจ้างงานเต็มที่
แถมวัวของคุณมีผลิตผลสุดยอด
และจับผู้สื่อข่าวที่รายงานสถานการณ์จริงเข้าคุก



เอกชนอินเดีย

คุณมีวัว 2 ตัว
เพื่อเอาไว้เทิดทูนบูชา



เอกชนอังกฤษ

คุณมีวัว 2 ตัว
ทั้ง 2 ตัวบ้าหมด
(โรควัวบ้าเป็นที่รู้จักกันครั้งแรกในอังกฤษ)



เอกชนอิรัก

ทุกคนคิดว่า
คุณมีวัวหลายตัว
คุณบอกว่าคุณไม่มี
แต่ไม่มีใครเชื่อคุณ
ดังนั้นจึงถูกบอมบ์แหลกยับเยิน
ถูกบุกยึดประเทศ
ถึงกระนั้นคุณก็ยังไม่มีวัว
แต่อย่างน้อยที่สุด
ปัจจุบันคุณก็เป็นส่วนหนึ่ง
ของระบอบประชาธิปไตย



เอกชนไทย

คุณมีวัว 2 ตัว
ตัวหนึ่งสีแดง
ตัวหนึ่งสีเหลือง
วัน ๆ มันไม่ยอมให้น้ำนม
เอาแต่วิ่งเอาเขาชนกัน
จนฟาร์มคุณพังวายวอด



"เอกชนไทย"
สะท้อนความจริงจน
สะเทือนใจมากกว่าขำแล้ว T T


2月4日

เรื่องน่าเบื่อ.. ที่เราไม่ได้คิดไปเอง

เขียนยังไม่เสร็จนะ  ไวจะมา edit ใหม่

เรื่องน่าเบื่อ.. ที่เราไม่ได้คิดไปเอง



ถ้าแปลงสภาพจิตใจของฉันในช่วงนี้ ให้เป็นสายน้ำ
คงไม่ต่างอะไร.. กับ กระแสน้ำที่ไหลวนซ้ำไปมา..
อยู่ระหว่างแนวหินที่ไม่อาจคาดคะเนขนาดที่แท้จริงใต้ผิวน้ำได้

แนวหิน .. ถูกสร้างขึ้นทีละเล็กละน้อย ด้วยตะกอนหลากหลายรูปแบบในใจ
เกิดเป็นชิ้นงาน "ศิลปะ" ที่สุดแสนวิจิตรพิสดาร
ในมุมของศิลปิน ... สิ่งที่สร้างขึ้นด้วยความตั้งใจ ไม่ว่าอย่างไร.. ย่อมดีเสมอ
แม้ต้องแลกกับ.. ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นตามกระแสของกาลเวลา ก็ตาม...

ความตั้งใจ .. บนความไม่ตั้งใจที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก
"โอกาส" มักเข้ามาเราอย่างไม่ทันตั้งตัว..
เช่นเดียวกับ "อุบัติเหตุ" ที่มักเข้ามาเราอย่างไม่ได้คาดคิดมาก่อน
หลายครั้งที่ยังสับสนว่า ระหว่าง "ทฤษฎี" กับ "ประสบการณ์จริง"
สิ่งไหนกันแน่ .. ที่ทำให้เราผ่านช่วงแย่ๆ ตรงนั้นมาได้


to be continue ...


12月21日

Waiting for X'mas


อีกแล้ว...
ฉันมาทำอะไรที่นี่ ช่วงสอบเนี่ย -*-

ปี 4 เรียนหนักมากเลยอ่า
แถมยังต้องตัดสินใจอะไรหลายๆ เรื่อง
ทั้งเรื่องวิชาเลือกที่จะเรียนในปี 5 .. ว่า เราจะเรียนสายไหน
สับสน เพราะมันต้องคิดหลายมิติมาก
เนื่องจากเราไม่ใช่พวกตามกระแส เห็นเขาเลือกกัน ก็เลือกบ้าง .. นั่นไม่ใช่กูล่ะ
ยังพอมีเวลาศึกษาแนวทางการเรียนอ่านะ
ต้องคิดด้วยว่า เรียนแล้วจะทำงานอะไร หรือเรียนอะไร (ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรียนต่อทางเภสัชหรอก เอิ๊กๆ)
แต่ทั้งหมด.. จะขึ้นกับความพอใจของเรานี่แหละ อิอิ

เรื่องแหล่งฝึกงานช่วงซัมเมอร์ ที่เราเองคิดว่า ตัวเองโชคดีจังที่ไม่ต้องแย่งกับใคร
หลายคน คงอยากไปกับเพื่อนสนิทตัวเอง
ถือโอกาสไปเที่ยว .. บางคนก็ไปกับแฟน (<-- อันนี้น่าจะคิดสั้นไปนิดนึง - -" )
เราเลือกที่จะไปคนเดียว.. เพราะว่า ไม่อยากมีคนเอาอดีตที่คณะไปตัดสินเราในแหล่งฝึกงาน
ในเมื่อหลายคนยังไม่ยอมให้โอกาสเราเปลี่ยนตัวเอง เราก็สร้างโอกาสให้ตัวเอง
มันอาจจะเหงา หรือเสี่ยงจะที่โชว์โง่ เหอๆ
ไม่กลัวล่ะ ขนาดแหล่งฝึกแรก ร้านยาที่จันทบุรี ยังโลกกลมได้ฝึกที่เดียวกับเพื่อนสมัยค่ายฟิสิกส์โอฯ เลย
แล้วไปสุพรรณ.. ก็ตั้งใจเลือกแล้วว่า อยากไป รพ.ชุมชน
ถึงมันจะดูไม่มีที่เที่ยว (เหตุผลที่คนไม่เลือกกัน) .. แต่ กูไปฝึกงานโว้ยยย!!
เอาเป็นว่า จะเป็นที่ไหน นั่นก็ประสบการณ์ใหม่ทั้งนั้นอ่า ^^

เรื่องโปรเจค .. งืมๆ
แอบเสียความรู้สึกกับเรื่องนี้ไปหลายๆ ครั้ง .. กับพฤติกรรมของคนใกล้ตัวของตัวเอง
มันก็.. พูดยากนะ แต่มันก็ รับยาก เหมือนกัน
ส่วนคู่ของเราตอนนี้ ก็คงจะเป็นพี่โครงการอ่าแหละ ไม่มองหรอกว่า เค้าเกรดไม่ดี (เพราะกูก็ไม่ใช่ว่าดี)
แต่คิดแล้ว ถ้าอยากทำเรื่องเดียวกัน แล้วก็คุยกันง่าย ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอ่า
รออาจารย์พิจารณาล่ะกัน อิอิ

เรื่องของน้องชาย .. น้องชายกำลังขึ้น ม.ปลาย ล่ะ
ตอนแรกที่เค้าจะส่งมิกไปสิงคโปร์ ยอมรับว่า ไม่เห็นด้วยเลย
เพราะรู้สึกว่า อยากให้น้องภูมิใจกับตัวเองเยอะๆ ไม่อยากให้ตามเพื่อน
เมื่อวานนี้ น้องสอบ สาธิต ม.บูรพา .. ก็เห็นมันบอกว่า ทำได้  ก็ดีใจอ่านะ
รู้แหละว่า น้องชายตัวเองค่อนข้างฉลาด ถ้าตั้งใจและมีสมาธิ (แต่มันก็.. ไม่ค่อยมีสมาธิไง น่าเตะจริงๆ)
แม่บอกเหมือนว่า มิกจะอยากมาเรียน กทม. แหละ
ก็ดีนะ.. อยากดูแลน้องชายกับมือตัวเอง แล้วก็มันจะได้ฝึกการอยู่ในสังคมให้มากขึ้นด้วย
(หลังจากที่แอบรู้สึกผิดนิดๆ ช่วงที่น้องสาวเรียนม.ปลาย แล้วไม่ค่อยได้มีเวลาดูแลเท่าไหร่)
เพราะไอ้ตัวเรานี่ สมัยเรียนชลหญิง ก็มาอยู่แบบไม่มีใครประคับประคอง .. ป้าค่อนข้างให้คิดเองเสียส่วนใหญ่
เจอคนหลากหลายรูปแบบมาก สู้ยิบตา และก็เอาตัวรอดมาได้ แบบแฮปปี้ๆ ^^
ขอให้มันสอบได้ที่ที่มันตั้งใจล่ะกัน พี่สาวเป็นกำลังใจให้จ้าา ^_^

เรื่อง งานต่างประเทศ
แอบรู้สึกว่า ตัวเองเริ่ม..เอ่อ ขี้เกียจ
และใจนึง ก็อยากให้องค์กรของไทยเอง ตื่นตัวด้วยตัวเองบ้าง .. ไม่ใช่ active จากการถูกฝากด่า เหอๆ
รอดูก่อนแล้วกันว่า น้องๆ ปีหน้าจะเป็นยังไง
แล้วก็คงตัดสินใจช่วงเดือนมกราคมแหละว่า เรายังอยากไปปีนังหรือบาหลี เพื่อทำงานจริงๆ หรือเปล่า
และที่สำคัญ... เรายังแน่ใจอยู่มั้ยว่า พร้อมแล้วที่จะทำงานตรงนั้น
ใจนึง คนทางนั้น ทำให้เราค่อนข้างมั่นใจนะว่า เค้าพร้อมจะต้อนรับเรา
อีกใจนึง .. ก็อยากฝึกภาษา แล้วก็ให้เวลากับการเรียนให้เต็มที่
แต่ไม่ว่ายังไง เราก็รู้สึกว่า มันมีความสุขกับงานตรงนั้นอ่านะ

เรื่อง คนรอบตัว
จริงๆ ควรทำใจได้ตั้งนานล่ะว่า จะสังคมไหนๆ คนมันจะหลากหลายแค่ไหน ก็ pattern เดิมๆ นั่นแหละ
คนสมบูรณ์แบบไม่มีหรอก ก็ต้องมีข้อดีข้อเสียคละๆกันไป
มันขึ้นอยู่กับว่า เรารับได้ไม่ได้ มากกว่า เขาดีหรือไม่ดี
ตอนนี้ เริ่มรู้สึกเหนื่อยที่จะพยายามรับได้ในสิ่งที่ไม่ดีของคนอื่น
แต่คงไม่หัก.. เพราะมันก็ยังไม่ได้เลวร้ายอะไรขนาดที่จะต้อง fade ตัวเอง ให้หายไป
อยากให้รับรู้บ้างว่า เพื่อนกับคนรู้จัก วัดได้จากพฤติกรรมที่พวกเขาทำ
อย่ามาอ้างว่ารู้จักเราดีพอ ทั้งที่ไอ้ที่บอกว่ารู้จัก ก็ฟังมาจากคนอื่น
อย่ามาเรียกร้องขอความเห็นใจ ถ้าไม่เคยให้ความเห็นใจคนอื่น
และอย่ามา fake ใส่กันไปวันๆ ว่าเป็นเพื่อน ถ้าไม่ได้รู้สึกจริงๆ ว่าเป็นเพื่อนกัน
เหอะๆๆๆ


ตอนนี้ สงสัยอย่างนึง กับคนๆนึง
ถ้าสิ่งที่เขาทำในตอนนั้น เค้ามาอยู่กับเราเพื่อแค่ให้ตัวเองได้อยู่ห่างจากคนอีกคน จริง
เราคงมั่นใจได้แล้วล่ะว่า เราคิดถูกแล้วที่ตัดสินใจแบบนี้
และในความจริง ความรู้สึกมันก็ไม่ได้ข้ามไปไหน .. มันเป็นแค่อารมณ์นั้น
เหมือนที่เขียนสเปซเมื่อสองปีก่อนอ่าแหละ
เราเป็นคนที่โชคดีที่สุดในโลกเลย อิอิ
(แต่ก็แอบสงสาร คนที่โชคร้ายทั้งหลายอ่านะ หุหุ)


รอคอยคริสต์มาสครับ ปีนี้
เพราะมันคือวันสอบวันสุดท้าย
ปีนี้ กลับมาเป็นคริสต์มาสที่อยู่คนเดียว ไม่มีอะไรพิเศษให้ต้องนึกถึง..
มันก็แอบเคว้งนิดๆ อ่านะ แต่เอาเถอะ.. เชื่อมั่นในการตัดสินใจของตัวเองหน่อย
มีคนหลายคน ยังรอความคิดถึงจากเรา ไม่มีประโยชน์ที่จะต้องไปนึกถึงคนที่ไม่มีเราอยู่ในความคิด เนอะๆ


อ่านหนังสือกันเถอะ (เฮ้ออ.. ทำไมอ่านแล้วมันไม่ลดลงเลยว่ะเนี่ย -*- )





10月13日

ปัดหยากไย่..


กลัว space จะน้อยใจ เหอๆ
มาเขียนอะไรสักหน่อยดีกว่า..

จริงๆ ไม่ได้ทิ้งนะ เข้ามาอ่านทุกวัน เข้าก่อน hi5 กับ facebook ด้วยนะ
แต่ ไม่ค่อยมีใครอัพสเปซอ่ะ เลยไม่รู้จะอ่านของใคร และเขียนอะไรดี
...... -*-

hi5 เขียน แล้วก็ค้างไว้ .. edit เป็นอารมณ์
แล้วก็เม้นคนรู้จัก ไปวันๆ

facebook เล่น fluff ทุกวัน 555+
แพนด้าน่ารัก ชื่อ chyme ^^ มีคนมา pet มา feed ตลอด จะอ้วนตายแล้วเนี่ย - -"
แล้วก็ตามติดความเคลื่อนไหว วงการ IPSF เหอๆ

เมื่อวาน ฟัก เพื่อนค่ายชีววิทยาโอลิมปิก แต่เรียนจบวิดยาคอม -*-
แนะนำให้รู้จัก twitter ... น่าสนใจดี
แต่ท่าทางจะล่มบ่อย เห็นแต่ละคน update กันเป็นวินาที ... -_+"
เดี๋ยวค่อยลองละกัน กลับจากค่ายอ่ะ

พรุ่งนี้ หกโมงเช้า เพื่อนๆ น้องๆ เภสัชมหิดล จะออกเดินทางไปอุบลแล้ว
เหมือนทุกคนจะตกใจเนอะ ที่เราไม่ไปงานนี้
เรายังรัก สนภท. เหมือนเดิมแหละนะ แค่ว่า..ตอนนี้ขอรักตัวเองแปบนึง แฮะๆ
เดี๋ยวส่งกำลังใจไปแทนจ้าา..^__^

(เหตุผลที่ไม่ไป แบบข้างๆคูๆ คือ ประธานโครงการไม่ใช่ตระกูลแพนด้า .. ไม่ต้องดูแล ^^)


แล้วปีนี้โชคดี ได้รับโอกาสให้เข้าร่วมค่าย YWC ครั้งที่ 6 ของสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย
ติดสาขา web content อ่านะ .. มันดูใกล้เคียงกับเราที่สุดล่ะ เหอๆ
(คือ.. แค่ นศภ. โผล่เข้ารอบสัมภาษณ์ไปได้นี่ ก็น่าประหลาดใจพอล่ะอ่ะ)
รู้ตัวเองว่า ความสามารถอาจจะมีไม่มากเท่าคนอื่นๆ
แต่.. เรื่องดื้อด้าน ดันทุรัง และพยายามนี่ ก็ไม่คิดว่า น้อยกว่าใครเหมือนกันอ่า เหอะๆ

จะไปพิสูจน์คำพูดที่ว่า from here, you can go everywhere
นศภ.ทำอะไรได้มากกว่าที่คุณคิด .. เยอะ ^^


แต่ว่า.. เช้าวันที่ 20 เปิดเทอม 2
เทอมนี้จะได้เรียน ยาฉีด และขึ้นวอร์ด ที่ศิริราช แล้ว
จะต้องใส่กาวน์สั้นจริงๆแล้ว ...


โอ้วว.. ได้เวลาจริงจังกับชีวิตแล้วสิ!




9月16日

คนที่คิดถึง .. ทำไม


กำลังจะสอบ เก้าโมงเช้า!!

และต้องไปถึงคณะก่อนแปดโมง เพื่อเตรียมเครื่องแก้ว และให้เพื่อนติวอีกรอบ

แล้วชั้นมาทำอะไรบนที่แห่งนี้ ณ เวลานี้ เนี่ย .. งุงิ


เพิ่งจบคาลาไมน์อ่านะ อู้ยย.. 90 นาที สำหรับเขียนรายงานและทำยาเตรียม
ภาวนาให้มันออกตำรับตามที่จะนั่งเขียนๆๆ นี้ (แปลว่า.. จะไม่นอนนะคับ แค่งีบนิดๆ ล่ะกัน)


---------------------------------

เดือนกันยายน.. ตั้งแต่ปี 1 เป็นต้นมา
เสมือนเป็นฝันร้ายมาตลอดทุกปีกับวันที่ 20 กันยา
คำพูดที่ได้ยินในวันนั้น มันดังก้องอยู่เสมอ .. เหมือนต้องการเตือนใจให้ระวัง
(แต่.. เรา ก็พลาดไปล่ะ เหอๆ)

ปีนี้ จะเป็นปีแรกที่เป็นปกติ .. เพราะเราได้กลับไปยืนตรงที่เดิมของเราแล้ว อิอิ
ใช่ว่าจะสมหวังนะ มันเป็นที่เดิมที่เราเริ่มต้นกัน และมันก็จะหยุดอยู่ที่หน้าตึก.. ตรงนั้นตลอดกาล ^^

มันเป็นสถานภาพที่เรารอคอยมานาน .. และเมื่อได้รับสิทธิ์นี้อีกครั้ง ก็เป็นอะไรที่น่ายินดีเหลือเกิน~


แต่.. กับ บางคน
ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างเรา ที่ทำให้เราไม่พูดกันจนตอนนี้
จะว่าอึดอัด ก็ใช่ .. จะว่าสบายใจ ก็ใช่อีก
ไม่พูดกัน อาจจะดีกว่า พูดแล้วทะเลาะกัน .. เฮ้ออ
ถ้าเลือกได้จริงๆ .. ก็อยากให้พูดกันเหมือนเดิมอ่านะ
แล้วเราก็พยายามแล้วด้วย ที่จะคุยเหมือนเดิม .. แต่เอาจริงๆ เธอก็ไม่พูดด้วย
เราก็จนปัญญาจริงๆ แล้วอ่า
ทำแบบนี้ จะให้เชื่อเหรอว่า ไม่ได้โกรธอะไรเรา
เอาเถอะ.. บางที สิ่งอื่น คนอื่น มันอาจจะสำคัญกว่า คนเคยรู้จักคนนี้ ล่ะมั้ง


และ.. กับ อีกคนเหมือนกัน
จริงๆ ไม่อยากจะเชื่อสนิทใจ กับอะไรที่คนอื่นชอบบอกว่า ฟ้าลิขิตมาแล้ว หรอกนะ
แต่นึกทบทวนไปมา .. เอิ่มม.. ไม่ใช่ก็ใกล้เคียง มากมายหลายประการ
ง่ะ.. ไม่อยากให้เป็นแบบนี้ ไม่ชอบอะไรแบบนี้ ขอแบบอื่นได้มั้ยอ่า
ไม่อยากกลืนน้ำลายตัวเองด้วย (แต่ถ้ามันใช่จริงๆ ... บวชดีกว่าา T^T)


แล้วก็.. คนคนนึง
บางที เราควรยอมรับพฤติกรรมและจิตใต้สำนึกของเราบ้างล่ะมั้ง ว่า มันพิเศษ
บอกไม่ถูกว่า มันพิเศษแบบไหน .. และเราก็รู้ว่า เขาก็รู้แหละว่า มันพิเศษ
แต่แบบนี้ มันก็ดีอยู่แล้วนะ .. ไม่มากไม่น้อย กำลังพอดี
ถ้าไม่นับพ่อ แม่ น้อง แล้ว ... ตราบใดที่ยังไม่มีแฟน ก็คงเป็น คนนี้แหละที่เราไม่อยากให้จากเราไปเลย
น่าเสียดาย.. (หรือน่ายินดีกันแน่หว่า เอิ๊กๆ) ที่เราไม่ได้เป็นอะไรกัน  555+
(สงสัย.. หลายคนอาจจะเดาถูกว่า อันนี้หมายถึงใคร เหอๆ)


คนนี้.. เวลานี้ ไม่พูดถึงก็คงไม่ได้
เพื่อนแท้ที่รู้จักและรู้ทันกันมาเกือบจะ 12 ปีแล้ว .. โหะๆ
ทุกวันนี้ นึกถึงวันแรกที่เราเจอกัน .. นึกถึงจดหมายที่เขียนถึงกันยาวๆ แล้ว .. อดขำไม่ได้ว่ะ
ดีใจมากมาย ที่เราเป็นเพื่อนกันจนทุกวันนี้
ทั้งที่ มัธยม ก็เรียนห่างกัน มหาลัยก็ยังโคตรห่างกัน
แต่เหมือนไม่เคยจะห่างกันเลยเนอะ ^^
ชั้นยังด่าแก และแกก็ยังบ่นชั้น .. ชั้นเครียด แกก็หาเรื่องทำให้ชั้นสบายใจได้ตลอด
ขอบคุณเหลือเกิน .. ขอบคุณจริงๆ
(แกๆ ปลาตะเพียนที่ชั้นให้แกยังอยู่มั้ยอ่าาา >,< )


และ คนสุดท้าย.. สำคัญที่สุดในโลก
คนที่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่เคยจะหนีเราไปไหน
ช่วงสอบ ช่วงวิกฤต ช่วงมีปัญหา จะเรื่องอะไร ... ก็อยู่เป็นกำลังใจให้ตลอด
"พ่อ" นั่นเอง ^^

รักพ่อที่สุดในโลกเลยยย... (รักแม่ที่สุดเหมือนกัน.. รักมิว รักมิกด้วย ^__^)


8月22日

คืนชีพ

 
หายหน้าไปสองอาทิตย์.. เกือบตายจริงๆล่ะ
เล่นป่วยซะไข้สูงปี๊ดด เมื่ออาทิตย์ก่อน .. Ibuprofen ยังเอาไม่อยู่ เลยอ่ะ
เสาร์อาทิตย์ ก็ไปรับน้อง ที่ บ้านแก่นเสม็ด
(แอบเซ็งตรง  800 บาท ไปไม่ได้ไกลจากบ้านเลยง่ะ  -*- )
กลับมาเจอะฝนตก  ก็ไข้กลับได้อีก
คนเราหนอ.. สุขภาพกายมันจะแย่ไปถึงไหน คับพี่น้อง~
 
 
 
ความประทับใจ สานสายใย'51
 
-  การแต่งตัวโดยใช้ผ้าคาดผมเป็นครั้งแรกในชีวิต!!!!
แถมอยู่โซนสีชมพู (อีกแล้ว) .. เสื้อผ้าก็ชมพู๊..ชมพู ซึ่งเป็นสีที่เรานี้มิได้ปรีดากับมันเลย T_T
แต่เหมือนมันจะเป็นของแปลก (มั้ง!) ทำไมมองเราด้วยสายตาอย่างนั้นกันหว่า?
(เหอะๆ ท้ายที่สุด  ก็แหกปากด่าในซุ้มโซนอยู่ดีน่ะแหละ ลุคผู้หญิงในตัวมีได้ไม่ถึงครึ่งวัน)
 
-  การแสดงของแต่ละชั้นปี
น้องปีหนึ่ง มาแนวเดอะมิวสิเคิล ตัวพระตัวนางร้องสดกันเอง .. เสียงเค้าดีจริงๆ
น้องปีสอง ปักกิ่งเกมส์ยังอายเลยเหอะ เจอทีมนักกีฬาเภสัชไทย
(ปังปอนด์ พี่เทคคนนี้ ยังทำใจรับไม่ได้ กับโจงกระเบนเขียวสะท้อนแสงที่แกใส่ขึ้นชก *_* )
น้องปีสาม ครั้งนี้ดราม่าโคตรๆ  คาวีหลุดมาจากจอ (เห็นด้วยกะนนนี่.. น้องหนุ่ยไม่หล่อ  แต่หล่อมากก.. เอิ๊กๆ)
น้องโม (เตรียมฯ) ก็ยังคง.. เอิ่ม.. แบบ..  เอาเป็นว่า ปีหน้า โกอินเตอร์กันเลย ดีมะๆ
ปีสี่ .. 9 นางฟ้า ทุ่มทุนสร้างขนาดนั้น  จะไม่ให้อลังการคงเป็นไปไม่ได้ เนอะๆ ^^
พี่ปีห้า เค้าไว้ลาย.. มากมายหลายอย่างในหนึ่งชั่วโมง ถ้าเล่าหมดท่าทางจะสามวันไม่จบอ่า :)
 
- บายศรี.. ปลื้มตรงได้คุยกะน้องหลายๆ คน
ปีนี้ ก็ปีสี่แล้ว เกือบจะแก่สุด  เลยมีอะไรพูดได้เยอะขึ้น
มีให้พี่ปีห้า กะพี่บัณฑิตผูกบ้าง..  แต่บรรยากาศมันไม่ค่อยเป็นใจให้เดินตามหาพี่ๆ เท่าไหร่ เหอะๆ
 
- เช้า.. ตื่นมาซุ้มชั้นปี .... มันส์ไอ้ตรง สันทนาการกันเองนี่แหละ
oxford spirit ลืมแก่กันไปเลย เหอๆ
 
- ขากลับ .. ยกแรก นั่งตรงประตู เพราะไม่มีที่นั่ง ... อยากมีความลำบากกะชีวิตบ้าง
ยกสอง .. หลังรถเริ่มตื่น โจรเริ่มอาละวาด ฆ่าคนตายทั้งบาง ตำรวจถูกเก็บไว้มากก
(เปล่า..~ กูไม่ได้เล่น ..  กลัวเล่นล่ะเพื่อนจะรู้ความจริง เอิ๊กๆ)
 
 
ความประทับใจ ของวันนี้

- ร้ากก ชนิภา ที่สุดในโลกเลยย .. ชอบคนปลอบใจแบบนี้ อิอิ

- แต่เราไม่ทำตามคำแนะนำของนุชนะ  วันนี้เราไปดูหนังมาแหละ
- สืบเนื่องจาก HP ให้บัตรฟรีเรามา 2 ใบ .. แต่ชวนใครก็ไม่มีว่าง เราจึงไปดูคนเดียว
(อันที่จริง มันเป็นเรื่องปกติไปแล้วล่ะ  ไอ้ไปไหนๆ คนเดียวเนี่ย)
ตอนแรก กลัวนิดๆ เพราะไม่เคยเข้าโรงหนังคนเดียว (เอาแค่ เข้าโรงหนังกะเพื่อน ก็ไม่ค่อยไปอยู่แล้วอ่านะ)
- Death Race  เป็นหนังดีที่ถือว่า คุ้มมากอ่ะ ที่ได้ไปดู  หุหุ
ใครจะว่ามันโหดเลือดสาดอย่างไร ไม่สน .. effect มันดีมากก ตื่นตา อลังการ
เนื้อเรื่อง ก็ถ้าคิดตามดีๆ ก็มีข้อคิดไม่น้อยเลยล่ะ ^____^ เป็นข้อคิดในการอยู่ร่วมกับคนอื่น เหอๆ
สำคัญคือ .. มีชายหนุ่มหน้าตาดี มาคนเดียวเหมือนกันมานั่งข้างๆ ด้วยล่ะ หุหุ ^^

- ได้รองเท้าใหม่ สีเงิน ... นี่เป็นครั้งแรกที่ซื้อรองเท้า ด้วยตัวเอง เอิ๊กกๆ

- กลับมาถึงหอ .. น้องชายคือ ผู้โชคร้ายรายแรกที่ต้องมารับฟังสปอยล์หนัง  555
- ต่อด้วย พี่จง ..  ทำให้น้องมีน อยากไปดูดวง อีกล่ะนะ  >.<

- สุดท้าย ... ไอ้ก๊อฟบอก จะร้องเพลงเฉลียงให้ฟัง  ถ้ามีเกะร้านไหนมีเพลงนี้  เอิ๊กกๆ 
ชื่อเพลง "เก็บใจ" .. บังเอิญเล่าชีวิตตอนนี้ให้มันฟัง แล้วมันบอกว่า คล้ายกับเพลงนี้อ่า
 
 
 
ท้ายสุด .. (ยังจะมีอีก)    เห็นเมลล์งานจาก IPSF, และเมลล์งานจากพี่โก้
เริ่มสัมผัสถึงความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นในชีวิตอีกครั้ง...
 
แต่ สิ่งเหล่านี้ เราเลือกและตัดสินใจเอง
เราจะต้องทำให้ทุกอย่างในชีวิต พอดีลงตัวให้ได้
ว่าไป ...  ควรมีที่ไว้ใน "คนรู้ใจ" ด้วยใช่มะ 
กลัวว่าที่มันยังไม่มีเข้ามัน จะเป็นเพราะเราไม่มีที่ให้เค้ายืนอ่า ^____^
 
 

 
8月9日

ไม่ใช่ไม่รัก แต่รักไม่ได้ต่างหาก

 
(อันนี้ ไม่ได้แต่งเองนะ .. แต่เรารู้ซึ้งและเข้าใจความหมายของมันได้ ลองอ่านดู)
 
 
ไม่ใช่ไม่รัก แต่รักไม่ได้ต่างหาก
 
 
มันมี เหตุผล หลายอย่าง
ที่เราจำเป็นต้อง 'หักห้ามใจ' ไม่ให้รักใครสักคน
เหตุผลของคนเราย่อมไม่เหมือนกัน
บางคนอาจต้องห้ามใจเพราะรู้ตัวว่า... "มันคงเป็นไปไม่ได้"
 
บางคนอาจต้องห้ามใจ
เพราะ กลัวใจตัวเอง จะถลำลึก.. และ เจ็บปวด มากไปกว่านี้
บางคนอาจต้องห้ามใจ เพราะมีคนที่รักคนที่เรารักมาก่อน
และคนคนนั้นก็คือคนที่เรารู้จัก
และเราก็ ไม่อยากทำร้ายความรู้สึก ของคนคนนั้น
บางคนอาจต้องห้ามใจเพราะ เขาอาจไม่ได้คิดและรู้สึกเหมือนกับเรา

 
ทุกข์ทรมานแค่ไหน ที่เรารักเขา
แต่ต้องพยายามฝืนใจถอยห่างออกมา
เราต้องเงียบ ต้องเฉยชา ต้องเลี่ยง ต้องหลบหน้า
ต้องทำหน้าตาบึ้งตึงใส่
เพื่อจะย้ำเตือนให้ตัวเองไม่ต้องรู้สึกอะไรใดๆ กับเขา
มันเจ็บแทบบ้าที่ต้องทำร้ายตัวเองด้วยวิธีการนี้
แม้จะดูเป็นวิธีการโง่ๆ
แต่หากจำเป็น.. ก็ต้องทำเพื่อปกป้องตัวเอง
เพื่อไม่ให้ใจของตัวเองต้องบาดเจ็บ
 
 
การถอยห่างจะช่วยสอนให้เราได้เรียนรู้ว่า
' ยิ่งเรายึดติด อยากได้ อยากครอบครอง
ยิ่งทำให้เราอ่อนแอและแพ้ภัยตัวเอง ' 

หากไม่ได้เขามาเป็นคนรักของเรา
ขอเพียงแค่เขาได้เข้าใจในเหตุผลข้อนี้
อย่าได้เข้าใจ ว่า  เราโกรธหรือเกลียดเขาถึงต้องแสดงท่าทีเฉยชาใส่
คนเจ็บปวดคนนี้ก็จะได้มีแรงพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นมาเข้มแข็งได้อีกครั้ง
พร้อมที่จะใช้ชีวิตที่เดินบนทางที่เหมาะที่ควร
แม้ว่าการเดินทางจะมีอุปสรรคมากบ้างน้อยบ้างก็ตามที
หลังจากที่เราเข้มแข็งได้แล้ว
ห้ามใจไม่ได้รักเขาได้แล้ว
ทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม
คิดและรู้สึกกับเขาได้อย่างคนธรรมดาสามัญที่รู้สึกดีต่อกัน
ไม่ต้องรู้สึกแบบพิเศษที่แอบแฝงด้วยความเจ็บปวดอยู่ตลอดเวลา
และสามารถอยู่บนโลกใบเดียวกับเขาได้อย่างจริงใจที่สุด
เป็นธรรมชาติมากที่สุดโดยไม่ต้องกดดันอะไร
 

หวังว่าเขาคงเข้าใจในเหตุผลที่เรากระทำลงไป
เจ็บนะ.. ไม่ใช่ไม่เจ็บ
แต่สักพักก็คงจะหายดี
แล้วทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม
 
 
 
comment from me ..
 
นี่อาจจะเป็น 'คำอธิบาย' ที่ดี สำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันทำ
และมันอาจจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด 'สิ่งสุดท้าย' ที่ฉันจะสามารถทำให้ได้
ความพยายาม.. จำเป็นต้องสิ้นสุดลง
ฉันไม่อาจเป็นคนดี อย่างที่ฉันตั้งใจไว้ได้ในตอนนั้น
แต่ฉันเต็มที่แล้วนะ .. เต็มที่ทุกอย่าง และไม่รู้สึกเสียใจที่มันจะต้องเป็นแบบนี้
เรื่องดีๆ ได้เกิดขึ้นมากมาย .. และมีค่ามาก สำหรับความรู้สึกของฉัน
แต่มันอาจจะน้อยนิดมหาศาล สำหรับอีกคน .. ซึ่งไม่แปลก เพราะเค้าเป็นคนแบบนั้น
อาจต้อง "ขอโทษ" กับนิสัยไม่ดีหลายๆ อย่าง
ที่ต้องทำ เพื่อปกป้องตัวเอง .. ไม่ให้เค้าดูดีในสายตาฉันมากไปกว่านี้
ไม่ให้ฉันต้องเจ็บ จากเหตุการณ์ซ้ำๆ ที่เรียกว่า เสียใจ
ไม่ให้หัวใจตัวเอง ต้องแหลกสลายอีกครั้ง..

มันไม่ใช่เรื่องง่ายนะ
ฉันคงต้องขอเวลาตั้งตัวบ้าง
ขอให้ฉันไม่ต้องได้ยินเรื่องราวของเค้าสักพัก ฉันอาจจะดีขึ้น

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ สิ่งเดียวที่ฉันอยากจะแก้ไข คือ..

 .............................. (ฉันรู้คนเดียว ก็พอ)


8月4日

ผู้ชายในสายฝน


 

ผู้ชายในสายฝน - Vietrio (Feat.รุจ เดอะสตาร์)

เคยเป็นไหม เหมือนว่าใจจะหาย เวลาเห็นฝนพร่ำ
บรรยากาศแบบนี้ใครมีอดีตคุ้นกัน
ความทรงจำกลับมาทำร้ายหัวใจ
กลับไปนึกถึงบางคน เป็นอยู่ทุกครั้ง
ใจมันยังมืดครึ้มเหมือนฟ้าที่มืดมน
แต่ละครั้งที่ฉันหายใจ ไม่เคยไม่ทุกข์ทน
คนที่ดูเข็มแข็งที่จริงปวดร้าว ซ่อนมันเอาไว้น้ำตา

ฝนที่หล่นในใจผู้ชาย มีใครบ้างจะเห็น มีใครบางความรู้สึก
ที่คาทุกอย่าง เกาะกินจนหนาวไปถึงขั่วใจ
ฝนที่หล่นในใจผู้ชาย แม้ว่าฝนจากฟ้าจะซาไป
มันก็ยัง ไม่ยอมแห้งไป จะหยุดตกเมื่อไร ไม่รู้

* ฝนที่หล่นในใจผู้ชาย มีใครบ้างจะเห็น มีใครบางความรู้สึก
ที่คาทุกอย่าง เกาะกินจนหนาวไปถึงขั่วใจ
ฝนที่หล่นในใจผู้ชาย แม้ว่าฝนจากฟ้าจะซาไป
มันก็ยัง ไม่ยอมแห้งไป จะหยุดตกเมื่อไร ไม่รู้
อยากจะลืม แต่กลับยิ่งจำ สายฝนยังพร่ำในใจ

ผู้ชาย ผู้หญิง ก็คนเหมือนกันนั่นแหละ.. เฮ้ออ

 

ปล. ชอบ พี่น้อง ตระกูลนี้จัง ... ทำให้นึกถึง The Corr ศิลปินวงโปรด  อิอิ
(กำลัง.. ปรับ ppt seminar ก๊าบบบ บ)

7月16日

พูดตรงๆ


ไม่รู้ว่าฉันอิจฉาหรือว่าสุขใจ...

แต่มันไม่มีน้ำตา ไม่มีจริงๆ


(นักร้องคนนี้ กี่เพลง ปล่อยมา ก็บาดเจ็บทุกทีเลย >,< )


 

6月25日

walking

 
พรุ่งนี้แล้วสินะ..
ก้าวที่สอง ของการเดินทาง กำลังจะเริ่มขึ้น.. อย่างหวั่นๆ ไม่มั่นคงเท่าไหร่ (Status เปลี่ยนไปแล้ว)
แต่ก็มั่นใจอ่ะว่า เราจะผ่านมันไปได้ด้วยดี ดังเช่นปีที่แล้วที่เราก็ผ่านมันมาได้ .. เนอะ ^^
 
ไม่ขอเล่ามาก.. เพราะไม่มีเวลา เหอๆ
อยากขอบคุณ.. ท่านพ่อ  พี่ต้น  พี่เหม่ง  พี่จง  พี่กะทิ  กอล์ฟ  และพี่แบงค์ ที่ทำให้อารมณ์ดี ณ ตอนนี้  อิอิ
คำตอบ.. คิดว่า ทุกคนรู้อยู่แล้วแหละว่า เราจะเลือกอะไร
 
จงกระทำตามปฏิญาณที่เคยให้ไว้กับตนเอง .. และแน่นอนที่สุด

"If something can go wrong, it will."
 
ปล. คนที่รู้จักและรู้ใจเรามากที่สุด นอกจากตัวเราเอง ก็ต้องเป็นคนที่ตามใจของเราทันสินะ ^^
6月12日

Trying when I am bored


Come back again!!
(I don't know why I always think of this place when I feel not good  :p )

To be a 4th-year Thai pharmacy student is not easy,
especially this year 2008 for 7th APPS, Asia-Pacific Pharmaceutical Symposium, will be held in Thailand.
I serve as Secretary-General who is responsible for certifying all documents which have the ChP signature,
keep all information about each progress of preparation, and the last important! Give more active for staffs and chairperson .. haha.
I'm also in charge of fielding any things happened on APPS website and e-mail.
You can't think how hard to check 10 e-mails everyday! and digest all participants' information in easy-to-use form.

About APPS Website, Thank you for P'Big - web developer .. who help me make my imagine come true.
Thanks again for Chak - ChP..  although I am bored from your behavior sometime, you are always my good buddy for every job ;)
I have to thank my sister the most .. for 'COMET' - her laptop that she allowed me to borrow for using in APPS preparation.

This weekend, the final meeting will be happened at Khonkaen.
It's first time to visit there as RC so that I hope for peaceful .. :)

Someone told me '
For every action, there is an equal and opposite criticism'.
I agree with him.


Last but not the lastest,
Today is Golf's birthday.
Wish you always happy, healthy, lucky in your life.
Don't too serious about moderator training .. I believe you can do it!  ;)
Looking forward to seeing you come back to Thailand, daddy :P


Finally
Thank you for Mother's morning call .. it's 7:25am now
My routine have to begin again
Hope the X-ray result is ok ... yo!   Let's go to see the doctor!



5月25日

back to school ... four times


พรุ่งนี้เปิดเทอมแล้วว
จะกลายเป็นปี 4 แล้วเหรอเนี่ย... เวลาผ่านไปเร็วจังเนอะ

ปีนี้เป็็นครั้งแรก ที่ไม่ไป join กิจกรรมรับน้องอารายเลย
แม้แต่ แรกพบ สนภท. เข้าประชุม ก็มิได้สนใจฟัง

เพราะมีเรื่องอื่นต้องสนใจมากกว่า ..!!
"สุขภาพ"  "เกรด"  "จิตใจ"  และ "APPS" นั่นเอง

...
...

สุขภาพดีขึ้นแล้วแหละ รู้สึกได้ว่า ทำงานบ้าบอขนาดนี้ แต่ป่วยไม่เยอะเท่าไหร่ อิอิ
(ไม่เถียงค้าบบว่า ไม่ป่วย .. ป่วยไม่บ่อยไง)
ตอนนี้ มีคนชวนไปเดินเล่นสวนลุมพินีล่ะ  ^^ เพิ่งรู้อ่ะว่ามันไม่ได้ไกลมาก (แค่รถติด เหอๆ)
หาเวลาว่างไปวิ่งกันดีกว่า
แล้วก็ เจอสระว่ายน้ำแล้ว นานๆไปว่ายที ก็น่าจะดี เนอะ

    แต่นะ .. แกมีเวลาว่างกับเค้าด้วยเหรอ..!!


ส่วนเกรด .. ไปเรียนซัมเมอร์ของ สาธารณสุขมา สนุกดีอ่ะ
อาจจะเพราะวิชาที่เรียนเป็นอะไรที่เราชอบด้วยมั้ง
แต่ การบ้าน นี่ มหาโหดจริงๆ .. แล้วไอ้เราก็บ้าพลัง ทำสองคืนเสร็จ
6 เรื่อง รวม เค้าโครงวิจัยอีกเรื่องนึง ... เล่นเอาเครื่องปริ๊นต์หมึกหมดไปเลยย เหอๆ

แล้วเทอมนี้ งานเยอะก็จริง แ่ต่ชั้นต้องจัดการเรื่องเรียนให้ได้ด้วย!
PartnerLab ที่รักทุกคน ช่วยเราด้วยน้าาา ... please  (>,<)


ส่วนสภาพจิตใจ .. ตอนนี้ดีขึ้นบ้างแล้ว
ถ้าเค้าอยากจะ represent ตัวเองนัก ก็ปล่อยเค้าไป ... อย่าไปสนใจ
หมาน่ะ เวลามันมาเรียกร้องความสนใจ พอไม่มีคนมอง มันก็หมดสนุก แล้วก็เดินหนีไปเองแหละ หึหึ
ช่วงนี้ โลกร้อนมั้งนะ  หมาเลยเป็นบ้า เอิ๊กๆ

นี่ก็จัดการหลายๆ สิ่ง หลายๆ อย่าง
เก็บมันทิ้งไปบ้าง ซื้อไอ้โน่นไอ้นี่มาเพิ่มเติม
มีแผนว่า จะไปเปลี่ยนชื่อด้วยแหละ  ได้ชื่อมาแล้ว กำลังเลือกอยู่อ่า เหอะๆ
มีตัวอย่างจากน้องชาย ที่เปลี่ยนชื่อแล้ว ยังกะพลิกฝ่ามือเลยอ่ะ
ไหนๆ มีคนทัก ก็เปลี่ยนมั่งดีกว่า หุหุ


สุดท้ายกับ APPS
อาจจะเป็นเรื่องเดียวเลยมั้งที่อยู่ในสมอง แทบจะตลอดเวลาอ่ะ เหอๆ
ทำไงได้ ก็ดันเป็น Secretary General .. มันก็ไม่ต่างไรกับเลขารวมร่างกับรองประธาน
เพราะ่ต้องมีข้อมูลมาอยู่ที่เรา (แต่ทำไม ต้องถือเป็นที่สุด ที่เราด้วยว่ะ)
ล่ะยังจาควบ website coordinator อีก เหอะๆ
ทั้งออกแบบ บงการ ควบคุม .. โอ้ย.. ทุกวิถีทางที่จะให้ได้มาซึ่งข้อมูลแก่ประชาชนชาวโลก
(แค่เลขา ก็แค่ได้รับ แต่นี่เว็ป ต้องส่งต่อด้วย)
ไหนจาเฝ้าระวังอีเมลอีก.. ที่ไม่รู้ว่า จะถูกโจมตีเมื่อไหร่
วันนึง เช็คเมล 10 ตู้อ่ะ  ... ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าทำไปได้ยังไง เหอๆ
เดี๋ยวนี้ skill ภาษาเขียน เลยพัฒนาขึ้นเล็กน้อย
แต่เราก็ยังไปลงเรียน เกี่ยวกับ การเขียนอยู่ดีอ่านะ .. มันจะได้ใช้ได้ทำจริง อย่างต่อเนื่องอ่ะ
อนาคต ยังไงก็ต้องใช้ จริงมะ ^^


กลับไปสู่โลกแห่งความวุ่นวายกันเถอะ~






5月8日

หนี..

 
  ในที่สุด เราก็ต้องยอมรับว่า หนีหัวใจตัวเองไม่ได้จริงๆ
  เรายังคิดแบบนั้นอยู่อีก ทั้งที่มันก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้ว

  อึดอัดจังเลยอ่ะ  ทำไมเมื่อเก้าเดือนก่อน ตอนอยู่กันสองคนวันนั้น ชั้นไม่พูดออกไปตรงๆว่ะ
 
 
 
  ครั้งที่สามแล้ว ที่รู้สึกเสียดายโอกาสที่ควรจะพุดแต่ ไม่พูด แล้วต้องมานั่งเสียใจกับเรื่องที่ตามมา
  ชั้นต้องเจอแบบนี้อีกกี่ครั้งกัน ใครก็ได้ ตอบชั้นที
4月27日

ประกาศสงคราม

 
 
   กลับมาแล้ว..
   กลับมายังพื้นที่แห่งนี้ อันเป็นที่รัก
   และคงเป็นที่ที่เดียวล่ะมั้ง ที่อยู่กับเราตลอดมา เกือบจะ 3 ปีเต็ม .. เหอๆ

   เราได้พิสูจน์แล้ว..
   เวลาไม่ได้ช่วยอะไรเลยจริงๆ

   เวลาไม่ได้ทำให้เราลืมอะไรได้อย่างที่คิด
   ยิ่งพูดว่า ต้องลืม .. มันก็ไม่ต่างอะไรกับเตือนให้ตัวเองจำ
   ดังนั้น ปล่อยให้อะไรดีๆ อยู่ในใจเรา เรื่อยไปดีกว่า

   อันที่จริง การเป็นอยู่ของมันในใจเรา อาจจะเป็นเรื่องดีกว่าการลืมมันไป
   สองปีที่ผ่านมา ยืนยันว่า การพยายามลืมไม่เป็นผล
   ในที่สุด เสียใจอะไรยังไง คนที่คอยปลอบและเป็นกำลังใจ ก็เป็นไอ้คนที่ทำให้เราอาการปางตายเมื่อตอนนั้นอยู่ดี เฮ้ออ..
   อาการปางตายในตอนนั้น ของคนที่ไม่ต่างอะไรกับการเผชิญหน้ากับสึนามิ
   ที่ตอนนี้ ทุกอย่างเงียบสงบ .. ทุกคนสบายดี
   แต่สภาพชายหาดนั้น ก็ไม่มีวันจะเหมือนเดิมได้อีก 
   ต่อให้จะพยายามฟื้นฟู กู้คืน .. ก็ทำได้แค่ คล้ายของเดิม .. และไม่อาจแทนกันได้
   
   ดังนั้น แค่เรื่องเสียใจตอนนี้ ยังเทียบไม่ติดกับเรื่องราวในครั้งนั้น .. ก็แค่ความเสียใจครั้งนึง
   ยังไม่อาจเรียกว่า โศกนาฏกรรม ได้

   แม้จะไม่มีน้ำตา แต่ถ้าเลือกได้ เราก็ไม่อยากเสียใจแบบนี้
  
 
 
   หากใครพยายามจะทำให้แผลตื้นๆอันนี้ ลึกลงไปอีก
   อย่าหาว่า เราโหดร้ายแล้วกัน .. เพราะมันเป็นสิทธิที่มนุษย์พึงกระทำ อันเกิดจากสัญชาตญาณ
   ถ้าใครจะบาดเจ็บ ถือเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ล่ะกัน
   เพราะเราไม่มีความรู้สึกเหลือให้เจ็บปวดอะไรอีกแล้วล่ะ
 
 
 
 
3月18日

[Song] อยากรู้ความจริง

Version เก่า เป็น ทัช ณ ตะกั่วทุ่งอ่านะ
แต่ชอบแนนซี่ร้อง ..  มีเปียโนด้วยย โจ้บรรเลง .. ได้อารมณ์ผู้หญิงดี เหอๆ


 
3月16日

finally i will do ..


เลือกแล้วล่ะ..

การกลับมาของคนที่เรารอคอย
แม้มันจะเป็นสิ่งเราปรารถนา แต่มันก็เป็นอดีตที่นานเกินไปแล้วว
ภาพมันไม่เคยหายไป แต่มันก็เลือนลางจางไปตามเวลาที่ล่วงเลย

ฉันยอมรับ .. เธอยังคงเป็นคนสำคัญของฉันเสมอ ไม่เคยเปลี่ยนไป


แต่ว่า ตอนนี้ ฉันรู้แล้วว่า เส้นทางของเราไม่ใช่ทางเดียวกัน
ตั้งแต่วันนั้น วันที่ฉันพังกำแพงออกไป
ฉันค้นพบ .. โลกใบใหม่ และมันก็สดใส สวยงาม ไม่เหมือนทางที่เราร่วมเดินกันมา
เราเคยเดินบนถนนเส้นเดียวกัน .. ถนนที่สองข้างทางไม่ใช่สีสันสดใส
แต่มันก็เป็นมุมมองดีๆ อย่างหนึ่งที่ฉันเคยเห็น
สอนอะไรหลายๆ อย่างให้กับเด็กผู้หญิงคนนี้ ..

ฉันไม่เสียใจ .. ที่มันไม่เป็นอย่างที่เราเคยตั้งใจ (แม้ตอนนี้เธออาจจะอยากให้มันเป็นอย่างนั้นอีก)
ทุกอย่าง คือที่สุดของช่วงเวลานั้นๆ .. เราทำดีกันเพียงพอแล้ว

ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่าง .. ขอโทษหลายๆ อย่าง
ขอให้ความรู้สึกดีๆ มันคงอยู่อย่างนี้ตลอดไป น่าจะเป็นสิ่งทีดีนะ สำหรับเราสองคน

..
..

เหตุผลอีกอย่างนึง
ฉันไม่อยากให้ใครต้องมารู้สึกแบบที่ฉันเคยเป็น
และไม่อยากเป็นสาเหตุของเรื่องแย่ๆ อะไรอีก

บทเรียนจากการโกหกหัวใจตัวเองที่ฉันได้รับ มันเกินพอแล้วที่จะให้มันเกิดขึ้นซ้ำสองอ่ะ




แม้ว่า ช่วงนี้สิ่งรบกวนจิตใจจะเยอะมากมาย
และสิ่งที่แสดงออก มันก็ตรงกับใจบ้าง ตรงกับสมองบ้าง
แต่ก็ทำด้วยสติ รู้ว่าทำอะไร รู้ว่าคิดอะไรจึงทำเช่นนั้นออกไป
รู้ไว้ล่ะกัน ฉันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ
(แต่จะตีความได้ถึง ความตั้งใจจริงๆ ที่อยากบอกมั้ยย .. อันนี้ไม่แน่ใจเลย เหอๆ)


ย้ำตัวเองไว้ให้มั่น ว่าสิ่งทำๆ ไปนั้น ฉันตั้งใจและดีใจที่มันเป็นไปตามความคาดหมาย
เป็นครั้งแรกมั้ง ที่การคาดหวัง เป็นจริงกับใครเค้าบ้าง
เหอๆ มันจะไม่สำเร็จได้ยังไง เล่นเดิมพันด้วยหัวใจทั้งดวง ..

ฉันทำอะไรน่ะหรอ
ก็แค่ ขุดหลุม เตรียมดิน ปลูกต้นไม้.. ยากมาก กว่าเมล็ดพันธุ์จะยอมแตกกล้า
และยากที่สุดคือ ต้องให้ความชุ่มชื่นกับกล้านี้ ด้วยหยาดเหงื่อและหยดน้ำตา~

ครั้งนี้ล่ะมั้ง ที่รู้สึกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมา คุ้มค่ากับการรอคอยจริงๆ