Chadarat 的个人资料NÂnOpùЯE™ ...·° Let's go...照片日志列表更多 工具 帮助

日志


10月24日

Slow is Beautiful



“ตีสองแล้ว..”

ใครบางคน อาจคุ้นเคยกับคำทักทายนี้ :)

ทุกครั้งที่ได้พิมพ์คำนี้ออกไป มันรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ><"

แต่อย่างน้อยที่สุด.. เราไม่ได้อยู่คนเดียว

 


หกเดือนกว่าแล้ว.. ที่ย้ายมาอยู่หอพักแห่งนี้
เป็นหกเดือนที่โดยรวมแล้ว มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ความจริง.. มันก็มีเรื่องที่ลำบากบ้าง

เช่น ต้องเผื่อเวลาในการเดินทาง จะกลับค่ำมืดก็ต้องระวังมากขึ้น

แต่ในมุมกลับกัน เราสามารถปฏิเสธงานที่ไม่จำเป็นต้องเป็นเราทำได้มากขึ้น

ได้พบเจอผู้คนมากขึ้น เห็นอะไรรอบตัวมากขึ้น

(คุณต้องไม่เชื่อแน่ๆ ว่า ครั้งหนึ่งจะได้เห็นเด็กประถมตัวเล็กๆ ลุกให้ผู้หญิงนั่ง เหอๆ)

สำคัญที่สุด เราได้อยู่กับน้องชาย ดูแลน้องชาย

และสำคัญไปกว่านั้น .. พ่อแม่มาเยี่ยมเราบ่อยๆ ได้สะดวกขึ้น

เพราะห้องนี้กว้างขนาดสองห้อง (หนึ่งชั้นจะมีห้องนี้ห้องเดียว)
อยู่ชั้นหก (อากาศดี แม้จะมีเสียงรบกวนจากถนนใหญ่บ้าง)

และมีที่จอดรถ (ยากมากที่จะหาที่จอดรถชั่วคราวเวลามาหอพักแถวเพชรบุรีซอยห้า)

 


และนานหกเดือนกว่า..เช่นกัน ที่เราไม่ได้กลับบ้าน

นับวันยิ่งรู้สึกว่า ตัวเองไกลบ้านออกไปทุกที

ตอนนี้ เรารู้สึกโหยหา ทะเล เหลือเกิน..

คิดถึงพื้นทราย คิดถึงเสียงคลื่นของสายลมที่คุ้นเคย

อยากระบายความรู้สึกหลายอย่างที่มันบอกใครไม่ได้.. ออกไปบ้าง

บางเรื่อง เราก็รู้สึกว่า เล่าให้คนอื่นฟัง มันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา

บางอย่าง มันรู้อยู่แล้วว่าเป็นไปไม่ได้

บางครั้ง เรารู้สึกแย่กว่าเดิมด้วยซ้ำ เมื่อได้ยินคนฟังพูดกลับมา

แต่ทะเล.. พร้อมจะรับฟังและอวยพรเราเสมอ

 




อย่างไรก็ดี เรามีเพื่อนหลายคนให้คิดถึง และเป็นที่พึ่งในยามยากได้

ขอบคุณ กำลังใจจากคนไม่กี่คนเหล่านี้ .. ถือเป็นโชคดีที่เราได้รู้จักกัน

แม้จะเป็นเพียงเพื่อนที่พบระหว่างทาง หรือเดินร่วมทางกันเพียงสั้นๆ

แต่พวกคุณก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราเดินทางมาได้ไกล และมายืนอยู่ตรงนี้ได้

ความจริง มันมีความรู้สึกอื่นใดที่มากเกินกว่านี้  กับบางคน แต่..เราไม่กล้าพอที่จะบอก

บทเรียนจากการโกหกความรู้สึกตัวเองครั้งหนึ่ง สอนให้เราพยายามที่จะซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกมากขึ้น

แต่จะให้แน่ใจได้อย่างไรว่า เค้าจะไม่เล่นตลกกับความรู้สึกเรา

เราจึงเลือกที่จะเป็นอย่างนี้ต่อไป..

 



ต้องโทษเราแล้วล่ะ.. ที่ทำให้ตัวเองต้องเดินทางไกลเพียงลำพัง

ถึงมันจะเหงาบ้าง แต่เราก็มีความสุขได้ตามกำลังกาย กำลังใจ ส่วนตัวนี่แหละ

เหตุผลที่พ่อแม่ส่งมาอยู่ไกลบ้าน ก็เพราะอยากให้ดูแลตัวเองได้

และเค้าส่งน้องชายมาเรียนกรุงเทพ ก็เพราะเชื่อใจว่าเราเลี้ยงน้องได้

(แม่ยังพูดติดตลกด้วยว่า เลี้ยงน้องชาย เดี๋ยวจะเข้าใจว่า เลี้ยงลูกมันลำบากขนาดไหน)

เรื่องแย่ๆ ก็คิดเสียว่า เป็นบททดสอบที่จะต้องก้าวข้ามมันไป

เมื่อข้ามไปได้.. แล้วมองย้อนกลับมา

มันจะกลายเป็นเรื่องตลกชั้นเยี่ยมที่เอาไว้เล่าให้คนอื่นฟังได้.. อย่างไม่รู้เบื่อ

เรื่องดีๆ ก็อย่าไปหลงดีใจจนประมาท

เพราะอากาศสดใสมากๆ มักจะเป็นสัญญาณเตือนของพายุร้าย

สำคัญที่สุด..  อย่าฝันแต่จะมีวันข้างหน้าอย่างนั้นอย่างนี้ จนละเลยปัจจุบันที่อยู่ตรงหน้า

กำหนดทิศทางให้ดี แล้วเดินอย่างระวัง .. อย่ารีบเร่งจนเกินไป เพราะมันอาจจะพลาด

เหมือนกระเป๋าผ้าที่เราถือทุกวันมันบอก..

 

"Slow is beautiful"

 

 



ป.ล. 1  เราตัดสินใจแล้ว ว่าจะสอบเรียนต่อโทที่มหิดล (ที่เดิม) สาขาบริหารเภสัชกิจ
ค้นพบแล้วล่ะว่า เภสัชเศรษฐศาสตร์นี่แหละที่เหมาะกับทักษะรอบด้านของเรา

ป.ล. 2  เราประกาศ “single” อย่างเป็นทางการแล้ว (ใน facebook) หลังจากตั้ง complicated มานานถึง 2 ปี

ป.ล. 3  เรายังไม่ได้ดู รถไฟฟ้ามาหานะเธอ .. และยังไม่แน่ใจว่าจะกล้าพอที่จะไปดูคนเดียว

ป.ล. 4  เรายังทำโปสเตอร์โปรเจคไม่เสร็จ TwT แต่วันนี้แหละ (วันเสาร์) มันจะต้องเสร็จ!

ป.ล. 5  เราอยากดู “ลมหายใจ เดอะ มิวสิเคิล” ทันทีที่ได้ยิน อ๊อฟ ปองศักดิ์ ร้องเพลง คนข้างล่างใน Act channel

ป.ล. 6  เรามีความรู้สึก “อยากสวย” ขึ้นมาบ้างแล้ว (ขอบคุณแรงบันดาลใจนะ)

ป.ล. 7  ภาษาอังกฤษใน 30 วัน  Vs  “OSPE 30 วัน  สาหัสพอๆกับสอบ Ent’ เลยแฮะ

ป.ล. 8  ผู้ชายอะไรไม่รู้ พูดได้เรื่อยเปื่อย .. เรื่องโกหกหรือจริง ก็พูดไม่เหนื่อย ..

ป.ล. 9  ลอยกระทงปีนี้ ไปไหนดี?

 

9月3日

เพราะอารมณ์ เอ๊ย! อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย


เพราะอารมณ์ เอ๊ย! อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
พักนี้ เลยไม่ค่อยได้ไปเรียน จนน้องชายถามว่า ไปหาหมอมั้ย


ความเจ็บป่วยช่วงนี้ที่เกิดขึ้น..
Migrain - ใครจะว่ามันเป็นโรคตอแหลก็ช่าง มาลองปวดเองดูสิ
Fever - ตากฝนเช้า-เย็น ตัวเปียกปอนแล้วเจอแอร์หนาวๆ มีรึจะรอด
Diarrhea - ระวังอาหารการกินเต็มที่แล้วนะ ไม่รู้พลาดท่าเสียทีตอนไหน เหอๆ

พยายามคิดในแง่ดีว่า จะได้พักผ่อนบ้าง, ประหยัดตังค์, หลอกตัวเองได้ระยะนึงว่างานน้อยลง
แต่ก็นะ ไม่ได้ไปไหน ก็งานเข้าได้ -*-


เดี๋ยวนี้ รู้สึกเฉยๆไปแล้วกับ "งาน" (Works and Jobs)
อันที่จริง เราควรเรียกมันว่า "ความรับผิดชอบ" (Responsibility) มากกว่า
จะได้ตระหนักถึงความสำคัญของมัน.. มากขึ้นบ้าง เหอะๆๆ
คนทำงาน ส่วนเวลาจะเฝ้าฝันถึง วันพักร้อน หรือ ช่วงปิดเทอม ยาวๆ
จะได้มีเวลาให้ตัวเอง ให้ครอบครัว ให้เพื่อนฝูง ...
แต่ก็นะ พักยาวอย่างไร ก็ต้องมีกำหนดกลับมาทำงาน
ตราบใดที่เรายังต้องเป็นคนทำงาน ยังไม่อยากเป็น 'คนว่างงาน' อย่างถาวร >o<



บางสิ่งที่เราค้นพบจากการเป็นเด็กกิจกรรม

-  เราควรแยกแยะเวลาของตัวเองกับเวลาของคนอื่น จะได้ไม่ต้องรับมือกับความวุ่นวายโดยไม่จำเป็น
เพราะถ้ามัวแต่เอาเวลาทั้งหมดไปทำงานตามใจชาวบ้าน ก็จะไม่มีเวลาฝีกฝนเพื่อต่อยอดความสามารถของเราเลย

- คนที่เอาแต่เรียน ไม่ทำกิจกรรม จะไม่มีทางเข้าใจคนอย่างเราได้ร้อยเปอร์เซนต์หรอก
อย่างดีที่สุด ที่เค้าจะทำให้เราได้ คือ ให้กำลังใจเรา ไม่ให้เรารู้สึกเหนื่อยไปกว่าที่เป็นอยู่
แต่ส่วนมาก คนเหล่านี้ จะไม่รู้ตัวหรอกว่า ได้สร้างความลำบากใจให้เรามากมายแค่ไหน TwT
ยิ่งไปกว่านั้น คำแนะนำหรือคำเตือนใดๆ ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงเค้าได้ เพราะเค้าไม่เข้าใจ
(ไม่ได้บอกว่า สิ่งที่เค้าทำอยู่มันผิดหรือมันถูกนะ ..  อ่านดีๆ)

- คนส่วนมาก ชอบเอาอดีตมาตัดสินคน ... ไม่แปลกนะที่เค้าจะคิดกันอย่างนั้น
เพราะกฎหมายเองก็มีการใช้คดีเก่าๆที่มีข้อเท็จจริงคล้ายคลึงกันมาใช้เป็นบรรทัดฐานกับคดีที่เกิดขึ้นภายหลัง
แต่สำหรับการมองเหตุการณ์ทั่วไป เราก็ควรยืดหยุ่นกับความคิดบ้าง
เวลาที่ต่างออกไปกับวุฒิภาวะที่มากขึ้น น่าจะเพียงพอที่เราจะให้โอกาสคนอืน
มองเค้าด้วยทางเลือกที่มากขึ้น .. มองแบบ may be ไม่ใช่ must be  เค้าจะไม่ได้ทำอย่างที่คุณคิดก็ได้
(แท้จริงแล้ว สิ่งที่คุณคิดว่าคนอื่นจะทำ ส่วนมาก..ก็มาจากจิตใต้สำนึกของคุณที่อยากจะทำ..นั่นแหละ)

- ฯลฯ



เราโชคดีที่คิดเท่าทันในสิ่งเหล่านี้
แต่ไม่ใช่ว่า เราทำได้ตามนี้ทุกครั้งหรอกนะ :P


บ่อยครั้ง..ที่เราต้องวุ่นวาย เพราะแบ่งเวลาไม่ดี
บ่อยครั้ง..ที่เราทำให้เพื่อนลำบากใจโดยไม่รู้ตัว
บ่อยครั้ง (บ่อยมากกก) ..ที่เราอดคิดไม่ได้ว่า ผู้ชายคนนั้นคนนี้เป็นเกย์รึเปล่านะ o_O"





ตั้งใจจะมีสาระ แต่ก็ไร้สาระตอนจบ.. อีกแล้ว XD



ปล.1     น้องปอม แซงคะแนน GeoChallenge ช้านนน ><"
ปล.2     ขาดเรียนเยอะมาก.. รวมคาบที่เคยโดดและไม่ตั้งใจเรียน สอบไฟนอลนี้แอบเครียดนิดๆแล้วอ่ะ
ปล.3     ppt กระชากหน้ากากฯ ยังไม่เสร็จสมบูรณ์สักที เพราะมัวแต่แปล biochem
ปล.4     ยังคิดไม่ตกเลยอ่าาา   เรียนต่อ Vs ทำงาน
ปล.5     แล้วโปรเจคจบล่ะ..?  คลานนานเกินไปล่ะ ต้องเร่งแล้ววว
ปล.6     มือถือใหม่ วางไว้เฉยๆ ยังกับปิดเครื่อง .. ประหยัดแบตสุดๆ
ปล.7     อยากลง Windows7 ใจจะขาดแล้ว แต่ยังไม่มีเวลา back up ข้อมูล T.T
ปล.8     สอบใบประกอบ ได้เวลากลับมารักตัวเองแล้ว .. เริ่มคัดเมล็ดพันธุ์ข้าวล่ะค้าบบ ^^
ปล.9     ไม่อยากให้เธอไว้ใจ ไม่อยากให้เธอคิดว่าฉันรักแล้วจะทน ... โหะๆๆ
ปล.10   ปัจฉิมลิขิต แอบเยอะแฮะ 55+


2月4日

เรื่องน่าเบื่อ.. ที่เราไม่ได้คิดไปเอง

เขียนยังไม่เสร็จนะ  ไวจะมา edit ใหม่

เรื่องน่าเบื่อ.. ที่เราไม่ได้คิดไปเอง



ถ้าแปลงสภาพจิตใจของฉันในช่วงนี้ ให้เป็นสายน้ำ
คงไม่ต่างอะไร.. กับ กระแสน้ำที่ไหลวนซ้ำไปมา..
อยู่ระหว่างแนวหินที่ไม่อาจคาดคะเนขนาดที่แท้จริงใต้ผิวน้ำได้

แนวหิน .. ถูกสร้างขึ้นทีละเล็กละน้อย ด้วยตะกอนหลากหลายรูปแบบในใจ
เกิดเป็นชิ้นงาน "ศิลปะ" ที่สุดแสนวิจิตรพิสดาร
ในมุมของศิลปิน ... สิ่งที่สร้างขึ้นด้วยความตั้งใจ ไม่ว่าอย่างไร.. ย่อมดีเสมอ
แม้ต้องแลกกับ.. ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นตามกระแสของกาลเวลา ก็ตาม...

ความตั้งใจ .. บนความไม่ตั้งใจที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก
"โอกาส" มักเข้ามาเราอย่างไม่ทันตั้งตัว..
เช่นเดียวกับ "อุบัติเหตุ" ที่มักเข้ามาเราอย่างไม่ได้คาดคิดมาก่อน
หลายครั้งที่ยังสับสนว่า ระหว่าง "ทฤษฎี" กับ "ประสบการณ์จริง"
สิ่งไหนกันแน่ .. ที่ทำให้เราผ่านช่วงแย่ๆ ตรงนั้นมาได้


to be continue ...


8月9日

ไม่ใช่ไม่รัก แต่รักไม่ได้ต่างหาก

 
(อันนี้ ไม่ได้แต่งเองนะ .. แต่เรารู้ซึ้งและเข้าใจความหมายของมันได้ ลองอ่านดู)
 
 
ไม่ใช่ไม่รัก แต่รักไม่ได้ต่างหาก
 
 
มันมี เหตุผล หลายอย่าง
ที่เราจำเป็นต้อง 'หักห้ามใจ' ไม่ให้รักใครสักคน
เหตุผลของคนเราย่อมไม่เหมือนกัน
บางคนอาจต้องห้ามใจเพราะรู้ตัวว่า... "มันคงเป็นไปไม่ได้"
 
บางคนอาจต้องห้ามใจ
เพราะ กลัวใจตัวเอง จะถลำลึก.. และ เจ็บปวด มากไปกว่านี้
บางคนอาจต้องห้ามใจ เพราะมีคนที่รักคนที่เรารักมาก่อน
และคนคนนั้นก็คือคนที่เรารู้จัก
และเราก็ ไม่อยากทำร้ายความรู้สึก ของคนคนนั้น
บางคนอาจต้องห้ามใจเพราะ เขาอาจไม่ได้คิดและรู้สึกเหมือนกับเรา

 
ทุกข์ทรมานแค่ไหน ที่เรารักเขา
แต่ต้องพยายามฝืนใจถอยห่างออกมา
เราต้องเงียบ ต้องเฉยชา ต้องเลี่ยง ต้องหลบหน้า
ต้องทำหน้าตาบึ้งตึงใส่
เพื่อจะย้ำเตือนให้ตัวเองไม่ต้องรู้สึกอะไรใดๆ กับเขา
มันเจ็บแทบบ้าที่ต้องทำร้ายตัวเองด้วยวิธีการนี้
แม้จะดูเป็นวิธีการโง่ๆ
แต่หากจำเป็น.. ก็ต้องทำเพื่อปกป้องตัวเอง
เพื่อไม่ให้ใจของตัวเองต้องบาดเจ็บ
 
 
การถอยห่างจะช่วยสอนให้เราได้เรียนรู้ว่า
' ยิ่งเรายึดติด อยากได้ อยากครอบครอง
ยิ่งทำให้เราอ่อนแอและแพ้ภัยตัวเอง ' 

หากไม่ได้เขามาเป็นคนรักของเรา
ขอเพียงแค่เขาได้เข้าใจในเหตุผลข้อนี้
อย่าได้เข้าใจ ว่า  เราโกรธหรือเกลียดเขาถึงต้องแสดงท่าทีเฉยชาใส่
คนเจ็บปวดคนนี้ก็จะได้มีแรงพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นมาเข้มแข็งได้อีกครั้ง
พร้อมที่จะใช้ชีวิตที่เดินบนทางที่เหมาะที่ควร
แม้ว่าการเดินทางจะมีอุปสรรคมากบ้างน้อยบ้างก็ตามที
หลังจากที่เราเข้มแข็งได้แล้ว
ห้ามใจไม่ได้รักเขาได้แล้ว
ทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม
คิดและรู้สึกกับเขาได้อย่างคนธรรมดาสามัญที่รู้สึกดีต่อกัน
ไม่ต้องรู้สึกแบบพิเศษที่แอบแฝงด้วยความเจ็บปวดอยู่ตลอดเวลา
และสามารถอยู่บนโลกใบเดียวกับเขาได้อย่างจริงใจที่สุด
เป็นธรรมชาติมากที่สุดโดยไม่ต้องกดดันอะไร
 

หวังว่าเขาคงเข้าใจในเหตุผลที่เรากระทำลงไป
เจ็บนะ.. ไม่ใช่ไม่เจ็บ
แต่สักพักก็คงจะหายดี
แล้วทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม
 
 
 
comment from me ..
 
นี่อาจจะเป็น 'คำอธิบาย' ที่ดี สำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันทำ
และมันอาจจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด 'สิ่งสุดท้าย' ที่ฉันจะสามารถทำให้ได้
ความพยายาม.. จำเป็นต้องสิ้นสุดลง
ฉันไม่อาจเป็นคนดี อย่างที่ฉันตั้งใจไว้ได้ในตอนนั้น
แต่ฉันเต็มที่แล้วนะ .. เต็มที่ทุกอย่าง และไม่รู้สึกเสียใจที่มันจะต้องเป็นแบบนี้
เรื่องดีๆ ได้เกิดขึ้นมากมาย .. และมีค่ามาก สำหรับความรู้สึกของฉัน
แต่มันอาจจะน้อยนิดมหาศาล สำหรับอีกคน .. ซึ่งไม่แปลก เพราะเค้าเป็นคนแบบนั้น
อาจต้อง "ขอโทษ" กับนิสัยไม่ดีหลายๆ อย่าง
ที่ต้องทำ เพื่อปกป้องตัวเอง .. ไม่ให้เค้าดูดีในสายตาฉันมากไปกว่านี้
ไม่ให้ฉันต้องเจ็บ จากเหตุการณ์ซ้ำๆ ที่เรียกว่า เสียใจ
ไม่ให้หัวใจตัวเอง ต้องแหลกสลายอีกครั้ง..

มันไม่ใช่เรื่องง่ายนะ
ฉันคงต้องขอเวลาตั้งตัวบ้าง
ขอให้ฉันไม่ต้องได้ยินเรื่องราวของเค้าสักพัก ฉันอาจจะดีขึ้น

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ สิ่งเดียวที่ฉันอยากจะแก้ไข คือ..

 .............................. (ฉันรู้คนเดียว ก็พอ)


7月16日

พูดตรงๆ


ไม่รู้ว่าฉันอิจฉาหรือว่าสุขใจ...

แต่มันไม่มีน้ำตา ไม่มีจริงๆ


(นักร้องคนนี้ กี่เพลง ปล่อยมา ก็บาดเจ็บทุกทีเลย >,< )


 

5月8日

หนี..

 
  ในที่สุด เราก็ต้องยอมรับว่า หนีหัวใจตัวเองไม่ได้จริงๆ
  เรายังคิดแบบนั้นอยู่อีก ทั้งที่มันก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้ว

  อึดอัดจังเลยอ่ะ  ทำไมเมื่อเก้าเดือนก่อน ตอนอยู่กันสองคนวันนั้น ชั้นไม่พูดออกไปตรงๆว่ะ
 
 
 
  ครั้งที่สามแล้ว ที่รู้สึกเสียดายโอกาสที่ควรจะพุดแต่ ไม่พูด แล้วต้องมานั่งเสียใจกับเรื่องที่ตามมา
  ชั้นต้องเจอแบบนี้อีกกี่ครั้งกัน ใครก็ได้ ตอบชั้นที
3月16日

finally i will do ..


เลือกแล้วล่ะ..

การกลับมาของคนที่เรารอคอย
แม้มันจะเป็นสิ่งเราปรารถนา แต่มันก็เป็นอดีตที่นานเกินไปแล้วว
ภาพมันไม่เคยหายไป แต่มันก็เลือนลางจางไปตามเวลาที่ล่วงเลย

ฉันยอมรับ .. เธอยังคงเป็นคนสำคัญของฉันเสมอ ไม่เคยเปลี่ยนไป


แต่ว่า ตอนนี้ ฉันรู้แล้วว่า เส้นทางของเราไม่ใช่ทางเดียวกัน
ตั้งแต่วันนั้น วันที่ฉันพังกำแพงออกไป
ฉันค้นพบ .. โลกใบใหม่ และมันก็สดใส สวยงาม ไม่เหมือนทางที่เราร่วมเดินกันมา
เราเคยเดินบนถนนเส้นเดียวกัน .. ถนนที่สองข้างทางไม่ใช่สีสันสดใส
แต่มันก็เป็นมุมมองดีๆ อย่างหนึ่งที่ฉันเคยเห็น
สอนอะไรหลายๆ อย่างให้กับเด็กผู้หญิงคนนี้ ..

ฉันไม่เสียใจ .. ที่มันไม่เป็นอย่างที่เราเคยตั้งใจ (แม้ตอนนี้เธออาจจะอยากให้มันเป็นอย่างนั้นอีก)
ทุกอย่าง คือที่สุดของช่วงเวลานั้นๆ .. เราทำดีกันเพียงพอแล้ว

ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่าง .. ขอโทษหลายๆ อย่าง
ขอให้ความรู้สึกดีๆ มันคงอยู่อย่างนี้ตลอดไป น่าจะเป็นสิ่งทีดีนะ สำหรับเราสองคน

..
..

เหตุผลอีกอย่างนึง
ฉันไม่อยากให้ใครต้องมารู้สึกแบบที่ฉันเคยเป็น
และไม่อยากเป็นสาเหตุของเรื่องแย่ๆ อะไรอีก

บทเรียนจากการโกหกหัวใจตัวเองที่ฉันได้รับ มันเกินพอแล้วที่จะให้มันเกิดขึ้นซ้ำสองอ่ะ




แม้ว่า ช่วงนี้สิ่งรบกวนจิตใจจะเยอะมากมาย
และสิ่งที่แสดงออก มันก็ตรงกับใจบ้าง ตรงกับสมองบ้าง
แต่ก็ทำด้วยสติ รู้ว่าทำอะไร รู้ว่าคิดอะไรจึงทำเช่นนั้นออกไป
รู้ไว้ล่ะกัน ฉันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ
(แต่จะตีความได้ถึง ความตั้งใจจริงๆ ที่อยากบอกมั้ยย .. อันนี้ไม่แน่ใจเลย เหอๆ)


ย้ำตัวเองไว้ให้มั่น ว่าสิ่งทำๆ ไปนั้น ฉันตั้งใจและดีใจที่มันเป็นไปตามความคาดหมาย
เป็นครั้งแรกมั้ง ที่การคาดหวัง เป็นจริงกับใครเค้าบ้าง
เหอๆ มันจะไม่สำเร็จได้ยังไง เล่นเดิมพันด้วยหัวใจทั้งดวง ..

ฉันทำอะไรน่ะหรอ
ก็แค่ ขุดหลุม เตรียมดิน ปลูกต้นไม้.. ยากมาก กว่าเมล็ดพันธุ์จะยอมแตกกล้า
และยากที่สุดคือ ต้องให้ความชุ่มชื่นกับกล้านี้ ด้วยหยาดเหงื่อและหยดน้ำตา~

ครั้งนี้ล่ะมั้ง ที่รู้สึกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมา คุ้มค่ากับการรอคอยจริงๆ

3月10日

Essential



"คนสำคัญ"


ฉันไม่ได้สำคัญตัวผิด แต่ไม่คิดหรอกว่า ตัวเองไม่สำคัญ

อาจจะไม่ใช่สิ่งที่เธอตั้งใจมอง..
แต่อย่างน้อย ฉันก็รู้ว่า ฉันยังไม่หลุดออกกรอบสายตาของเธอไป
อาจจะไม่ใช่สิ่งแรกที่นึกถึง..
แต่อย่างน้อย ฉันก็รู้ว่า ฉันยังเป็นคนที่เขานึกถึง.. ในบางเวลา
อาจจะไม่ใช่คนดีอะไรนักหนาที่เธอจะมาเสียเวลา..
แต่อย่างน้อย ฉันก็รู้ว่า เธอรับรู้ทุกอย่างที่ฉันทำเพื่อเธอ


แค่นี้~ ฉันควรพอใจได้แล้วนะ
ถ้ามากกว่านี้  ฉันคงรับไม่ไหว..

..
..

ฉันจะไม่สัญญา .. เพราะมันคงทำให้ลำบากใจ
ฉันอยากเปลี่ยนใจไม่ให้ตัวเองรู้สึกแบบนี้ .. มันแย่อย่างบอกไม่ถูก
ฉันเดินออกจากตรงนี้ไปไม่ได้ .. เพราะความผูกพันที่ฝังใจ
แต่ ฉันจะทนอยู่ตรงนี้ไปทำไม .. เมื่อฉันมันก็แค่.. ส่วนเกิน!


ประโยคนั้นที่ฉันเคยเขียนไว้..
ถึงเวลาต้องทำความเข้าใจจริงๆ สักที
   "แต่ก่อนไม่เคยมีเธอ ถ้าต่อไปจะไม่มีก็คงไม่เป็นไร"

ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำ แต่ฉันเคยทำได้มาแล้ว
แค่อีกครั้ง.. มันจะสักเท่าไรกันเชียว


ความจริง ยังไงมันก็คือ ความจริง
และมันจะไม่มีอะไรเปลี่ยนไป ถ้าใจคนไม่เปลี่ยนแปลง~

 

^
^
ปล. มันก็แค่ปลายปากกานะเพื่อนๆ
ทดสอบปากกาก่อนคืนสู่สนามประลอง เหอๆ


2月17日

little angry

ความอดทนของคนนั้นมีจำกัด

ตอนนี้ มันเข้าใกล้ คำว่า "เกินไป" มากไปแล้วนะ




ทำไมชั้นต้องทนอะไรแบบนี้ด้วยเนี่ย!!




โกรธว่ะ

ไม่ได้โกรธใครนะ แต่..โกรธตัวเอง
โกรธที่ ควบคุมตัวเองไม่ได้ ... ไม่ให้เครียด
โกรธที่ ไม่เชื่อพี่ต้น ตั้งแต่แรก
โกรธที่ คิดว่า ตัวเองไม่เป็นไร กะเรื่องแบบนี้

แต่จริงๆ คือ ... โกรธที่ ตัวเองปรับตัวให้รับเรื่องราวพวกนี้ไม่ได้ ทั้งที่เป็นช่วงสอบอ่านะ
เรื่องขี้หมา โคตรๆ .. เสียงหมาเห่า ชัดๆ .. เสียงนกเสียงกายังจะไพเราะกว่าเลย

เชื้อโรคยัง น่ารักกว่าอีก เหอๆ


เอาเหอะ เดี๋ยวสอบเสร็จ ก็วันเกิดล่ะ
ปีหน้าเป็นต้นไป .. จะต้องมี ลิมิต ให้ตัวเองมากกว่านี้
เพราะ เราเป็นมนุษย์ธรรมดา ... มีทั้งเหตุผลและอารมณ์
เราต้องรู้ได้แล้วว่า เราทำได้แค่ไหน ... และหน้าที่เรามีแค่ไหน
โตป่านนี้ คิดเองเป็นได้แล้ว...

ต้องอย่างนั้นๆ


ทำไมต้องอารมณ์เสีย ช่วงสอบด้วยฟร่ะ~~



ปล. ทิ้งมันเลยดีมั้ยเนี่ยย... อย่าเพิ่งๆ  รักษาความเป็นคนไว้นิดนึง กรูยังทนได้ๆ
แต่ มากกว่านี้ .... ได้มีคนตายแน่!



1月31日

Tear : the rain of sorrow


"..เค้าบอกว่า ฟ้าร้องไห้ออกมาเป็นน้ำฝน.."



ฝนจะรินไหลลงมา ยามเมื่อความชื้นอิ่มตัวมากพอ
ที่จะควบแน่น กลายเป็นสายน้ำ

.. น้ำตาของฉัน คงมีที่มาไม่ต่างกัน ..


...
...


ความจริง เรื่องต่างๆ ที่อยู่ในสมองและในใจ มันไม่ได้ยากอะไรเลยนะ
แต่ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก ก็มักจะมีเงื่อนไขเสมอๆ
ทำให้บางครั้ง .. เรื่องง่ายๆ จึงกลายเป็นเรื่องยากเย็น เสียเหลือเกิน  เฮ้ออ..

มันอาจเป็นเพราะฉันยังไม่แข็งแรงพอ
ไม่พอที่จะอดทนกับ ความกดดัน ความเครียด เรื่องแย่ๆ
ไม่พอที่จะอดทนบอกใจให้ยอมรับความจริง
ไม่พอที่จะทนอยู่เป็นเพื่อนกับความเหงา
ทั้งที่มัน เป็นเพื่อนแท้ของเรา ไม่เคยทิ้งกันเลย..สักครั้ง

มีคนคิดถึงกัน มันก็ควรจะรู้สึกดีใช่มั้ย
แต่เมื่อเราคิดถึงใครสักคน แล้วเค้าไม่อยากรับรู้ว่าเราคิดถึงล่ะ
(ไม่อยากรับรู้ ... ไม่ใช่ว่าไม่รู้ อ่านะ)
ใช่.. มันเป็นความรู้สึกที่แย่มากมาย บอกไม่ถูกเลยทีเดียว
กำลังใจจากตัวเองที่มีอยู่่ ก็เหลือน้อยเต็มที
ถึงใครต่อใครจะบอกว่า คนเรามันควรจะมีความหวัง
และสักวัน เราก็ต้องมีวันนั้นเหมือนกัน
ฉันเอง.. คือคนนึงที่เกลียดการคาดหวัง ก็ยังหวังที่จะมีเวลานั้น
เฝ้าบอกตัวเอง .. แม้เหนื่อยใจมากมาย ฉันยังไหวอยู่นะ
จนบางที ก็ยังสงสัยว่า ที่ไหวอยู่เนี่ย ... มันเพื่ออะไร

มันคงเป็นกรรมเวรล่ะมั้ง
ที่เราต้องทรมานอะไรแบบนี้ เพราะไปทำให้คนอื่นเค้าทรมานไว้
แต่ก็นะ .. เรื่องแบบนี้มันห้ามกันได้ที่ไหนล่ะ
ถ้าเลือกได้ .. เราก็คงเลือกแคร์ความรู้สึกของคนที่รู้สึกดีกับเรา
มากกว่า แคร์คนที่เรารู้สึกดี.. แต่เหมือนเค้าจะไม่ได้รู้สึกอะไรด้วยเลย อย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้
ฉันไม่ได้อยากให้มันเป็นอย่างนี้เลย

..
..


นี่แหละ.. เมื่อรู้จักคนคนนึงมากขึ้นๆ
เมื่อสักวันมันมากเกินไป.. ที่จะอยู่ในสถานะเดิมได้
มันก็ต้องถอยห่างออกไป..ไปอยู่ในที่ที่ควรอยู่
เหมือนสิ่งที่คล้ายกัน มีแรงดึงดูดให้เคลื่อนที่เข้าหากัน
แต่เมื่อเข้าใกล้ได้ระยะหนึ่ง มันก็ผลักออก .... ด้วยแรงนิดเดียว

ฉันกลัวว่า วันนึง ฉันอาจจะกระเด็นออกไปสุดขอบจักรวาล
เพียงเพราะแรงน้อยนิดมหาศาลนั่น จากคนคนเดียว

และฉันก็กลัวว่า ฉันอาจจะต้องแพ้ภัยตัวเอง
เพราะความไม่ระวังใจ .. ของใครหลายๆคน


..
..


คนที่รู้จักฉันดีพอ.. จะรู้ว่า ฉันไม่ใช่คนเปลี่ยนใจง่าย
แค่กว่าจะเลือกอะไรสักอย่าง อาจจะเรื่องมากไปสักหน่อย (แหะๆ)
แทบไม่ต้องกลัวเรื่อง ระยะ อะไรต่างๆเลย
ไม่ต้องห่วงเรื่อง เทคแคร์ ด้วย เพราะไม่ได้ต้องการ
ขออย่างเดียว.. ช่วยทำให้ฉันมั่นใจในตัวเธอ..ให้มากกว่านี้
 
 
ให้กันได้ไหมเธอ?